รุ่นพี่สาวสุดปังไม่เคยมีข่าวฉาว จนผมเข้ามหาวิทยาลัย

บทที่ 4 การฝึกทหาร

6 นาที· 1.5K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

“พักตามระเบียบ”

“แถวตรง!”

“ยืนตรงสามสิบนาที ถ้าฉันเห็นใครขยับหนึ่งคน บวกเพิ่มห้านาที”

ทุกคนพากันบ่นอุบอิบ

ส่วนลั่วเหย่และพวกอีกสามคนแทบจะยืนหลับ

เมื่อคืนเล่นเกมกันเพลิน เผลอแป๊บเดียวก็ตีสี่แล้ว จากนั้นหกโมงครึ่งก็ต้องตื่นมารวมแถว

ตอนนี้พวกเขาเหม่อลอยกันทั้งกลุ่ม

ครูฝึกเดินตรวจแถว ดวงตาคมกริบสอดส่องไปรอบด้าน

ทันใดนั้น เขาขมวดคิ้ว

มีนักศึกษาชายคนหนึ่งหลับตา ดูเหมือนกำลังยืนหลับอยู่

ขนาดยืนยังหลับได้?

ครูฝึกเดินมาตรงหน้าเด็กหนุ่มคนนั้น

คนที่อยู่ข้าง ๆ กลั้นหัวเราะ

“เพื่อนนักศึกษา”

เด็กหนุ่มสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที สบตากับครูฝึก

“ครับ!”

หวังต้าฉุยตะโกนขึ้นตามสัญชาตญาณ พอลืมตาก็เห็นใบหน้าเหลี่ยม ๆ ของครูฝึก

นี่มันอะไรกัน? ฉันไม่ได้นอนอยู่บนเตียงเหรอ? ทำไมมายืนตรงอยู่ตรงนี้ได้?

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ”

คนรอบข้างอดไม่ไหว พากันหัวเราะลั่น

แต่ครูฝึกไม่หัวเราะ

นั่นหมายความว่าผลที่ตามมานั้นร้ายแรง

ครูฝึกเงียบกริบ เสียงหัวเราะค่อย ๆ จางหายไป

ครูฝึกกลับยิ้ม

“ตลกกันนักนะ ทำไมไม่หัวเราะกันต่อแล้วล่ะ?”

“หัวเราะสิ? หืม? ไม่หัวเราะกันแล้วใช่ไหม”

“ยืนตรงเพิ่มอีกครึ่งชั่วโมง”

พูดจบ ครูฝึกก็หันไปพูดกับหวังต้าฉุยว่า “ดูเหมือนเพื่อนนักศึกษาคนนี้จะยังไม่ค่อยรู้สึกตัวนะ”

“ไป วิ่งสนามสิบรอบ จะได้รู้สึกตัวซะบ้าง”

“ครูฝึกครับ ผม…”

“สิบห้ารอบ”

“ครับ!”

หวังต้าฉุยทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ยกแขนขึ้นแล้ววิ่งไปที่สนาม

พี่ฉุยผู้น่าสงสาร

ลั่วเหย่และอีกสองคนสวดภาวนาให้เขาในใจ

“ทุกคน พักอยู่กับที่สิบนาที”

ลั่วเหย่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันที

อดนอนทั้งคืนแถมยังต้องยืนตรงอีกชั่วโมง มันโหดเกินไปแล้ว ไม่ไหวแล้ว

หวังต้าฉุยนั่งลงกับพื้น สติแตกไปชั่วขณะ

วิ่งสิบห้ารอบเสร็จ เขารู้สึกเหมือนตัวเองล่องลอยไปหมด

“พี่ฉุย ยังไหวไหม?”

ลั่วเหย่ถาม

หวังต้าฉุยเงยหน้าขึ้นมาอย่างสับสน มองลั่วเหย่ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ราวกับคนที่ถูกเล่นงานจนพัง

เห็นดังนั้น ลั่วเหย่ก็ร้อนใจ เขย่าตัวหวังต้าฉุย

“พี่ฉุย อดทนไว้!”

หวังต้าฉุยไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เขาก้มหน้าริมฝีปากขมุบขมิบ

“พี่ฉุยบอกอะไรนะ? หิวน้ำหรือหิวข้าว?”

ลั่วเหย่เอียงหูเข้าใกล้ปากหวังต้าฉุย ตั้งใจฟังว่าเขาพูดอะไร

“ฉัน…อยาก…ได้…สาว…”

ลั่วเหย่: ???

ทันใดนั้น หวังต้าฉุยเหมือนเห็นอะไรบางอย่าง ตาแข็งเป็นมัน

ลั่วเหย่มองตามสายตาของเขา

ก็เห็นไม่ไกลนัก มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยื่นเครื่องดื่มเกลือแร่ให้หลี่ฮ่าวหยางหนึ่งขวด

“บ้าจริง!”

หวังต้าฉุยอ้าปากค้าง ตื่นเต็มตาขึ้นมาทันที

“ไอ้ลูกหมามันแอบจีบสาวข้างหลังฉันนี่เอง”

หวังต้าฉุยทำท่าจะลุกขึ้น หมายจะพุ่งเข้าไป

“พี่ฉุยใจเย็น ๆ อย่าไปทำลายเรื่องสำคัญของน้องฮ่าวหยางเลย”

ลั่วเหย่รั้งหวังต้าฉุยไว้ แต่กลับมองไปอีกทางหนึ่งที่ยิ่งเกินจริงกว่า

สาวกลุ่มหนึ่งห้อมล้อมเฉินเฉียวจนแน่นขนัด

“ท่านชาย ดื่มของฉันสิ ฉันซื้อรสพีชมาให้!”

“ท่านชาย ฉันรักคุณ!”

“ท่านชาย ฉันจะสร้างลูกลิงให้คุณ!”

กองร้อยฝึกทหารกลายเป็นเหมือนงานแฟนมีตติ้ง ทำเอาผู้บังคับการฝึกทหารที่นั่งดูอยู่บนอัฒจันทร์ถึงกับอึ้งไป

จังหวะสำคัญ ครูฝึกตะโกนขึ้นว่า:

“ทุกคน ลุกขึ้น!”

กองร้อยเข้าแถว ทุกคนกลับไปยืนประจำที่

ลั่วเหย่ยืนอยู่แถวแรกของกองร้อย เขาพบว่าเด็กผู้หญิงที่ยื่นเครื่องดื่มเกลือแร่ให้หลี่ฮ่าวหยางอยู่กองร้อยฝั่งตรงข้าม และก็ยืนแถวหน้าเหมือนกัน

เธอสวมชุดฝึกทหาร มีใบหน้าสไตล์โลลิ ดูสดใสวัยรุ่น หวานซ่อนเปรี้ยวมาก สูงประมาณ 170 เซนติเมตร สัดส่วนก็ดีไม่หยอก

โลลิขาเรียว

ภาพลักษณ์ของเด็กผู้หญิงคนนี้คงประมาณนี้แหละ

บางครั้งบางคราว เด็กผู้หญิงคนนี้ก็จะเหลือบมองมาทางกองร้อยของพวกเขา สงสัยจะแอบดูหลี่ฮ่าวหยางอยู่

ก็มีสาว ๆ ชอบหนุ่มกล้ามเนื้อบ้างเหมือนกันสินะ? สมแล้วพี่ฮ่าวหยาง ฝึกทหารวันแรกก็มีสาวมาดูแลแล้ว

ตกค่ำ เข้าสู่ช่วงการแสดง

ร้องเพลง “ความสามัคคีคือพลัง” ไปสองสามรอบ ครูฝึกเริ่มถามว่ามีใครมีความสามารถพิเศษอะไรแปลกใหม่มาแสดงไหม

“พวกเราอยากดูการดวลตัวต่อตัว!”

หวังต้าฉุยชี้ไปที่หลี่ฮ่าวหยาง พูดว่า “ตกลงหมัดมวยทหารของครูฝึกจะเก่งกว่า หรือโค้ชสอนออกกำลังกายของเราจะแน่กว่ากัน?”

คำพูดนี้เรียกความสนใจจากทุกคน ต่างพากันโห่ร้อง

“ดวลตัวต่อตัว!”

“ดวลตัวต่อตัว!”

ครูฝึกมองไปที่หลี่ฮ่าวหยาง ส่ายหน้าอย่างจนใจ

“ในเมื่อทุกคนอยากดูการดวลตัวต่อตัว ถ้าอย่างนั้นเพื่อนนักศึกษาคนนี้ เชิญลุกขึ้นหน่อย”

อีกแล้ว?

หลี่ฮ่าวหยางลุกขึ้นอย่างกลัดกลุ้ม

ตั้งแต่มัธยมต้นจนถึงกองร้อยฝึกทหาร เขาไม่ได้ถูกเรียกตัว ก็กำลังจะถูกเรียกตัวอยู่ร่ำไป

เขารู้สึกว่าชีวิตในมหาวิทยาลัยของตัวเองคงไม่มีทางรอดแล้ว ต่อไปเวลาเรียนก็จะถูกอาจารย์เรียกตัวตลอดหรือเปล่า?

ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่ายเข้าประจำที่

ที่ว่าเป็นหนุ่มกล้าม แต่จริง ๆ แล้วรูปร่างของหลี่ฮ่าวหยางก็แค่บึกบึนกว่าครูฝึกนิดหน่อย แถมหมัดมวยทหารของครูฝึกก็อยู่ในขั้นเชี่ยวชาญถึงขีดสุดเสียด้วย

ไม่กี่กระบวนท่า หลี่ฮ่าวหยางก็ถูกครูฝึกจับกดไว้อย่างน่าอนาถ แล้วทำหน้าปวดใจเดินกลับไปนั่งที่เดิม

“ไม่เป็นไรนะ?”

เด็กผู้หญิงที่ยื่นเครื่องดื่มเกลือแร่ให้หลี่ฮ่าวหยางเมื่อช่วงเช้าเดินมานั่งข้าง ๆ เขา ถามอย่างเป็นห่วง

“ไม่เป็นไร”

หลี่ฮ่าวหยางโบกมือ

เด็กผู้หญิงคนนี้ชื่อหลิวปิงซิน กองร้อยฝึกทหารของฝ่ายหญิงฝึกอยู่ใกล้กับกองร้อยฝึกทหารของฝ่ายชายที่ลั่วเหย่อยู่ พอถึงช่วงพักตอนเย็นก็เลยได้อยู่ด้วยกัน

มีสาว ๆ อยู่ด้วย ทุกคนก็ยิ่งกระตือรือร้นในการแสดงมากขึ้น

ครูฝึกทั้งสองมองดูเหล่านักศึกษาใหม่ไฟแรงแสดงความเป็นวัยรุ่น ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

ลั่วเหย่กับหวังต้าฉุยก็ย้ายมานั่งข้างหลี่ฮ่าวหยางด้วย

ส่วนเฉินเฉียว รอบตัวเต็มไปด้วยสาว ๆ อยากหนีแค่ไหนก็หนีไม่พ้น

“โค้ชจ๋า”

หวังต้าฉุยยิ้มแป้นถามว่า “เล่าให้ฟังหน่อยสิครับ รู้จักกับสาวสวยคนนี้ได้ยังไง?”

หลี่ฮ่าวหยางมองหวังต้าฉุยอย่างซื่อ ๆ ไม่รู้จะพูดอะไร กลับเป็นหลิวปิงซินที่ตอบอย่างเปิดเผยว่า “เมื่อเช้าไปซื้อน้ำให้เพื่อนร่วมห้อง แต่มีเพื่อนคนหนึ่งไม่ชอบดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ เห็นคุณหลี่ฮ่าวหยางดูคอแห้ง เลยขายให้เขาค่ะ”

“อ๋อ ที่แท้ก็ขายน้ำให้นี่เอง ผมนึกว่าลูกชายผมจะได้มีแฟนซะแล้ว”

อารมณ์ของหวังต้าฉุยพลันดีขึ้นทันที

“คุณสาวอยู่คณะอะไรครับ? ผมหวังต้าฉุยครับ ดีใจที่ได้รู้จัก”

“ฉันชื่อหลิวปิงซินค่ะ อยู่มัลติมีเดีย ห้องสอง เป็นคนเมืองเล่อเฉิง”

“เมืองเล่อเฉิงเหรอครับ ผมเคยได้ยินพระใหญ่เล่อเฉิงของที่นั่นนะครับ”

หวังต้าฉุยกับหลิวปิงซินหัวเราะคิกคักคุยกัน โดยมีหลี่ฮ่าวหยางผู้ซื่อบื้อนั่งคั่นกลางอยู่

หลี่ฮ่าวหยางคงทุ่มแต้มค่าความฉลาดทางอารมณ์ไปที่กล้ามเนื้อเสียสิ้น นั่งมองซ้ายทีขวาทีอย่างซื่อ ๆ จะคั่นกลางก็คั่นไม่ได้ ได้แต่นั่งน้ำลายสอมองคนทั้งสองคุยกัน

ลั่วเหย่เท้าคางอยู่ข้าง ๆ มองเด็กหนุ่มที่กำลังร้องเพลงโชว์อยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ

พูดตามตรง ร้องงั้น ๆ ไม่เพราะเท่าเขาร้องเสียอีก

เขาชอบร้องเพลงมาก ตอนมัธยมปลายก็เป็นราชาเพลงอยู่เหมือนกัน

ในหัว พลันนึกถึงภาพตอนที่หลบฝนกับรุ่นพี่สาวสวยดุจนางฟ้าวันนั้น

ลั่วเหย่ลุกขึ้นโดยไม่รู้ตัว

รับไมโครโฟนต่อจากเด็กหนุ่มที่ร้องเพลงจบ

หวังต้าฉุยที่กำลังคุยอย่างออกรสตกใจสุดขีด

“เอ็งร้องเพลงเป็นด้วยเหรอ?”

“เพลง ‘วันฝนพรำ’ ครับ เพราะตอนนี้ยังไม่มีดนตรี ผมเลยต้องร้องสด ขอทุกคนให้อภัยด้วยนะครับ”

สูดหายใจลึก

ลั่วเหย่เอื้อนเอ่ยเบา ๆ

“ทันใดนั้นฝนก็เทลงมา ราวกับกำลังรอเธอ”

“ทันใดนั้นเธอร้องไห้ เธอได้รับความทุกข์ใจมามากมายเพียงไหน”

“ฉันรอ ฉันรอ ฉันหวัง ฉันหวัง แต่ก็มิอาจรอพบเธอ”

“หากฟ้าสางฟ้าใส แต่ไม่เคยส่องแสงมาที่เธอ”

“จะพาเธอฝ่าฝูงชนที่พลุกพล่าน”

เสียงเพลงอันอ่อนโยนของลั่วเหย่ แม้จะร้องสด แต่ก็ทำให้ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์เคลิบเคลิ้มไปกับมัน

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com