“ภายใต้การดูแลของข้า เจ้าทำภารกิจได้ดีมากเลยนะ อีกไม่นานก็จะเลื่อนขั้นเป็นผู้ศรัทธาโลหิตแล้ว”
ผู้แทนเทพซู่หลิงตามติดฉื่อชิงทุกวัน จนฉื่อชิงรำคาญแทบทนไม่ไหว นางทิ้งตัวนั่งลงกับพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“เจ้าช่างน่ารำคาญจริง ๆ เปลี่ยนให้มนุษย์สัตว์คนอื่นมาคอยดูแลไม่ได้หรือ”
ผู้แทนเทพบางคนเอาแต่ทำตัวเหมือนแมลงวันที่น่าชัง บินหึ่ง ๆ อยู่ข้างหูไม่หยุด
แต่เมื่อคิดว่าเขายังช่วยงานนางได้บ้าง อย่างเช่นช่วยแบกเหยื่อ นางจึงจำต้องอดทนต่อไป
ผู้แทนเทพเซวียนฉีที่ลอบสังเกตอยู่ มองเห็นปฏิสัมพันธ์อันสนิทสนมระหว่างทั้งคู่ตลอดสองวันที่ผ่านมาอย่างชัดเจน
สัตว์ตัวหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายกระต่ายขาวกระโดดผ่านหน้าต่างเข้าไป ก่อนจะแปลงกายเป็นมนุษย์อย่างรวดเร็วภายในตำหนัก
เขาบุกเข้าไปในที่พักของผู้แทนเทพซู่หลิงกลางดึก แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“หลิงเฉิน! เหตุใดเจ้าจึงเข้าใกล้หญิงสาวเผ่าจิ้งจอกแดงคนนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
ผมสีทองอ่อนของหลิงเฉินแผ่สยายอยู่ข้างกายอย่างเกียจคร้าน เขานอนเอนบนเตียง หนังสัตว์ที่คลุมกายเปิดอ้า เผยให้เห็นแผงอกกำยำ เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ไม่คิดจะลุกขึ้นมาต้อนรับแขกแม้แต่น้อย
ผู้แทนเทพเซวียนฉีคร้านจะปรายตามอง เขามัวแต่คิดบัญชีอยู่ในใจ
ทำตัวสำมะเลเทเมาเช่นนี้ ไม่แปลกที่ไม่มีหญิงสาวคนไหนชอบเขา
หลิงเฉินยันตัวลุกขึ้นเล็กน้อย หยิบจอกสุราบนโต๊ะขึ้นมาแกว่งเล่น “เกี่ยวอะไรกับเจ้า? ถึงอย่างไรเจ้าก็ไม่รู้จักนาง ข้าจะเข้าใกล้หญิงสาวแบบไหนก็เป็นเรื่องของข้า”
หวังอวี่เตือนเสียงเย็น “อย่าลืมว่าผู้แทนเทพห้ามผูกพันคู่ครองกับหญิงสาวตามใจชอบ!”
หลิงเฉินยังคงทำท่าทีไม่ยี่หระ เขาเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นข้าก็ไปขอเทพสัตว์อสูร ให้ท่านเทพอนุญาตให้ข้ากับนางเป็นคู่ครองกันก็สิ้นเรื่อง”
ต่อให้หวังอวี่เป็นคนอารมณ์ดีเพียงใดก็ทนไม่ไหว เขาตบโต๊ะดังปัง
กานสุรากับจอกกระเบื้องขาวราวหยกบนโต๊ะกระเด้งขึ้น ส่งเสียงสั่นสะเทือน
เขากัดฟันกรอด แต่ละคำแทบลอดออกมาจากซอกฟัน
“ในนครราชันทรายมีหญิงสาวตั้งมากมาย เหตุใดเจ้าต้องจ้องแต่นางคนเดียวด้วย”
