อวี๋ซือรู้จักหยางฉือฉือจริง ๆ
อีกฝ่ายเป็นเพื่อนร่วมชั้นของอวี๋จิง ลูกพี่ลูกน้องของเธอ เมื่อก่อนอวี๋จิงชอบพาเพื่อนคนนี้มาที่บ้านบ่อย ๆ
เด็กสาวน่ารักน่าเอ็นดู ดวงตากลมโตสีน้ำตาลหรี่โค้งราวกับจันทร์เสี้ยวสองดวง น้ำเสียงก็นุ่มนวล แถมเรียนเก่ง สอบได้ที่หนึ่งอยู่บ่อย ๆ
ลูกพี่ลูกน้องของเธอที่ผลการเรียนรั้งท้าย ถูกอีกฝ่ายช่วยดันจนขึ้นมาอยู่ระดับกลางได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เพราะงั้นพอหยางฉือฉือมาถึง เธอก็เป็นที่รักของพ่อแม่อวี๋ซือทันที แน่นอนว่าอวี๋ซือเองก็ชอบลูกแมวน้อยนุ่มฟูแสนน่ารักคนนี้เหมือนกัน
ยิ่งพอรู้เรื่องครอบครัวของหยางฉือฉือ พ่อแม่ของเธอก็ยิ่งปฏิบัติต่ออีกฝ่ายราวกับเป็นลูกสาวคนที่สอง
เมื่อครึ่งปีก่อน พวกท่านยังคิดจะหาคู่ให้หยางฉือฉือด้วยซ้ำ อวี๋ซือต้องรีบห้ามไว้แทบไม่ทัน
อวี๋ซือหนีบโทรศัพท์ไว้ใต้แขน ก่อนหยิบกุญแจรถออกจากกระเป๋า “เธอไปเจอฉือฉือมาเหรอ? ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง ฉันยุ่งมากเลย ช่วงนี้ที่โรงพยาบาลยังมีเรื่องต้องจัดการอีกตั้งเยอะ ไม่มีเวลาไปเจอเธอสักครั้ง”
“โห เปลี่ยนไปมากเลยล่ะ” อวี๋จิงพูดพลางพอกหน้า “แล้วรู้ไหมว่าเรื่องที่น่าตกใจที่สุดคืออะไร!?”
อวี๋ซือถามส่ง ๆ “อะไรเหรอ?”
“หยางฉือฉือมีแฟนแล้ว!!”
น้ำเสียงของอวี๋จิงทางโทรศัพท์เต็มไปด้วยความตกใจจนปิดไม่มิด
มือที่กำลังจะเปิดประตูรถของอวี๋ซือชะงักไป
“เธอก็มีแฟนแล้วเหรอ?”
“ก็มีด้วยเหรอ?” อวี๋จิงถามอย่างสงสัย “ใครมีแฟนอีกคนล่ะ?”
“...ไม่มีอะไรหรอก” อวี๋ซือไม่พูดเรื่องส่วนตัวของคนไข้ให้คนในครอบครัวฟัง เธอจึงเปลี่ยนเรื่อง พลางมองกระจกหลังเตรียมถอยรถ “เธอเจอแฟนของฉือฉือแล้วเหรอ?”
“วันนี้ก็ไปเจอแฟนเธอนี่แหละ เธอไม่รู้หรอกว่าแฟนของฉือฉือ—”
“โครม—!!”
จู่ ๆ ก็มีบางอย่างชนเข้าท้ายรถ พร้อมกับเสียงเด็กร้องไห้ หัวใจของอวี๋ซือแทบหยุดเต้นไปชั่วขณะ
เธอเบิกตากว้าง น้ำเสียงร้อนรน
“เดี๋ยวก่อน!! ทางนี้มีเรื่องด่วน ไว้ค่อยคุยกันนะ!”
พูดจบเธอก็รีบวางสาย ไม่รอฟังว่าอีกฝ่ายจะตอบว่าอะไร
เธอเปิดประตูรถอย่างรวดเร็วแล้วเดินไปด้านหลัง ถึงได้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ในอ้อมแขนยังอุ้มเด็กเล็กไว้ด้วย
เด็กน้อยซุกหน้าอยู่ในอ้อมแขนของเธอและร้องไห้ไม่หยุด เสียงร้องดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้างแทบทั้งหมด หัวใจของอวี๋ซือบีบรัด สายตากวาดมองเด็กตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่สองสามครั้ง
หญิงสาวที่อุ้มเด็กอยู่คงสังเกตเห็นว่าเธอกำลังกังวล จึงพูดปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่ต้องห่วงนะ เด็กไม่เป็นไร แค่รถของคุณโดนชนเท่านั้น”
อวี๋ซือก้มลงมอง ก็เห็นว่าท้ายรถบุบเข้าไปเป็นแถบจริง ๆ นอกจากนั้นบนพื้นยังมีเศษชิ้นส่วนรถเข็นเด็กกระจายอยู่
เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก
ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว
ขณะเดียวกันเธอก็มองหญิงสาวอย่างรู้สึกผิด สีหน้าเต็มไปด้วยความขอโทษ “ขอโทษนะ ฉันมองกระจกหลังแล้ว แต่ไม่เห็นเด็กของคุณจริง ๆ”
หญิงสาวส่ายหน้า กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังมาจากไม่ไกล
“ลูกชายสุดที่รักของฉัน!”
เมื่อหันไปตามเสียง ก็เห็นหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งรีบร้อนวิ่งเข้ามา
เธอแย่งเด็กไปจากอ้อมแขนของหญิงสาวทันที จากนั้นก็ร้องไห้ทรุดนั่งลงกับพื้น น้ำตาไหลพราก ร้องไห้ราวกับใจสลาย
“ฉันมีลูกชายสุดที่รักคนนี้อยู่คนเดียว แกนังผู้หญิงชั้นต่ำ ขับรถยังไงของแก ไม่รู้จักมองกระจกหลังหรือไง ถ้าลูกชายฉันเป็นอะไรไป ฉันจะให้แกชดใช้ด้วยชีวิต!”
อวี๋ซือเพิ่งเคยเจอสถานการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก สมองจึงว่างเปล่าไปชั่วขณะ
จากนั้นเธอก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ แล้วพูดว่า “ขอโทษนะ... แต่ตอนนั้นฉันยังไม่ได้เริ่มถอยรถเลย ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก”
รอบ ๆ มีคนมามุงดูไม่น้อย หญิงวัยกลางคนยิ่งร้องไห้เสียงดังขึ้น “ใครจะไปรู้ว่าแกถอยรถหรือยัง ไม่เห็นเหรอว่าลูกชายฉันร้องไห้ไม่หยุด แกชนคนแล้วยังจะมาเถียงอีก!”
ทั้งเสียงร้องไห้และเสียงด่าทอดังก้องอยู่ข้างหู ยังมีเสียงคนรอบข้างซุบซิบกันเบา ๆ อวี๋ซือถูกเสียงรบกวนจนหงุดหงิด
“งั้นฉันพาลูกชายคุณไปตรวจที่โรงพยาบาลนะ ค่าใช้จ่ายฉันออกเอง ดีไหม?”
หญิงวัยกลางคนชะงักเสียงร้องไห้ ดวงตากลอกไปมาอย่างเจ้าเล่ห์ “ไปโรงพยาบาลเหรอ? ฉันมีธุระสำคัญต้องทำ จะเอาเวลาที่ไหนไปโรงพยาบาลกับแก! คิดว่าทุกคนมีเวลาว่างเหมือนแกหรือไง!”
“...แล้วคุณอยากให้ทำยังไง?”
“จ่ายเงิน!” หญิงวัยกลางคนเรียกเงินแพงลิบลิ่วทันที “สองแสน!”
“สองแสน?” อวี๋ซือเหลือบมองท้ายรถที่บุบเข้าไป แล้วขมวดคิ้ว
ช่วงนี้มีเรื่องมากมายเหลือเกิน ที่โรงพยาบาลก็ยังมีเรื่องรอให้เธอจัดการอีกตั้งเยอะ เธอไม่มีเวลามาเสียกับคนคนนี้ตรงนี้
เมื่อนึกได้ว่าเธอขับรถไปคุยโทรศัพท์ไปจริง ๆ เธอกำลังจะรับปาก แต่ข้อมือกลับถูกใครบางคนจับไว้อย่างแผ่วเบา เสียงของหญิงสาวดังขึ้นข้างหู
“พวกนั้นเป็นมิจฉาชีพที่ทำแบบนี้จนชิน ฉันเห็นเด็กผู้ชายคนนี้มาหลายครั้งแล้ว ถึงได้รีบเข้ามาห้ามไว้ พวกเขาจงใจรีดไถคนที่ขับรถไปคุยโทรศัพท์ไปอย่างคุณ เรียกเงินไว้สูง ๆ เพราะมั่นใจว่าพวกคุณต้องยอมจ่าย”
ที่นี่เป็นหมู่บ้านพักอาศัยระดับหรู คนที่อยู่ที่นี่ล้วนมีฐานะไม่ก็มีอำนาจ คนส่วนใหญ่เลือกจะยอมจ่ายให้เรื่องจบ ๆ ไป
แค่ไม่รู้ว่าคนสองคนนี้เข้ามาได้ยังไง
อวี๋ซือเงยหน้ามองหญิงสาวข้างกาย สบตาอีกฝ่ายแล้วจึงยิ้มให้ “ขอบคุณที่เตือนนะ ฉันจะแจ้งตำรวจ”
หญิงสาวปล่อยมือ พลางเลิกคิ้ว “เรื่องเล็กน้อยน่า”
หญิงวัยกลางคนเห็นว่ามีคนมาขัดขวางเรื่องดี ๆ ของตัวเอง สีหน้าก็พลันดุดันขึ้น “นังเด็กเวรนี่พูดบ้าอะไร! ฉันจะเอาชีวิตลูกชายตัวเองมารีดไถคนอื่นได้ยังไง แกคิดว่าทุกคนจะใจดำเหมือนแกหรือไง!”
“จิ๊” หญิงสาวกอดอก มองอย่างดูแคลน “คุณป้ากำลังสารภาพเองหรือเปล่า? ฉันเห็นพวกคุณมาหลายครั้งแล้ว ลูกชายคุณเป็นคนวิ่งชนรถเอง รถของคุณผู้หญิงคนนี้ยังไม่ได้ขยับเลยด้วยซ้ำ”
พูดจบเธอก็แกว่งโทรศัพท์ไปมา “ฉันถ่ายคลิปไว้หมดแล้ว อยากดูไหม?”
สีหน้าของหญิงวัยกลางคนแข็งค้างไป เธอกัดฟันพูดว่า “แก...!”
หญิงสาวพูดต่อ “อ้อ จริงสิ ไม่แน่ว่าคุณอาจต้องชดใช้ค่าซ่อมรถให้พี่สาวคนนี้ด้วยนะ”
สีหน้าของหญิงวัยกลางคนยิ่งแข็งค้างกว่าเดิม
เมื่อเห็นว่าคนรอบข้างเริ่มมามุงกันมากขึ้น และมีคนทำท่าจะไปเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เธอก็กัดฟัน อุ้มเด็กขึ้นมายืน
“ฉันจะพาลูกไปโรงพยาบาลเอง ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจริง ๆ พวกแกคอยดูแล้วกัน!”
พูดจบเธอก็เบียดฝูงชนแล้วรีบหนีไปอย่างรวดเร็ว
อวี๋ซือมองซากชิ้นส่วนที่กระจัดกระจายเต็มพื้น ก่อนยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว
“ขอบคุณนะคนสวย ถ้าไม่ได้คุณ ฉันคงเจอเรื่องใหญ่แน่ ๆ”
หญิงสาวร้อง “เฮ้อ” แล้วพูดว่า “ฉันทนดูคนประเภทนี้ทำเรื่องไร้ศีลธรรมแบบนี้ไม่ได้หรอก”
เธอก้มมองเวลา จากนั้นก็โบกมือให้อวี๋ซือ “ฉันยังมีธุระต่อ ขอตัวก่อนนะ”
พูดจบเธอก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงโน้มตัวเข้ามาพูดพร้อมรอยยิ้ม “อีกอย่าง เมื่อกี้ฉันโกหกเธอนะ จริง ๆ แล้วฉันไม่ได้ถ่ายคลิปไว้เลย”
อวี๋ซือชะงักไป ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วยิ้ม “คุณนี่ฉลาดจริง ๆ”
หญิงสาวเลิกคิ้วอย่างภูมิใจ “เรื่องเล็กน้อยเอง ฉันยังมีธุระต่อ ขอตัวก่อนนะ”
“ได้เลย”
หลังหญิงสาวจากไป อวี๋ซือก็มองรถคันโปรดของตัวเองอย่างปวดหัว
วันนี้มีแต่เรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นติด ๆ กัน
ทำไมเธอต้องเจอเข้าทุกเรื่องเลยนะ
อวี๋ซือถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจำใจโทรหาบริษัทประกัน
เธอไม่รู้เลยว่า หลังแปลงดอกไม้ที่อยู่ไม่ไกลด้านหลัง หญิงสาวที่ควรจะจากไปแล้วกำลังจับตาดูเธออยู่ตลอด
เสียงระบบดังขึ้นข้างหู
【โฮสต์ คุณแน่ใจหรือว่านี่เป็นวิธีที่ดีในการเข้าใกล้พระเอก?】
ลี่เซวียนเมิ่งละสายตากลับมาอย่างไม่ใส่ใจ ยกยิ้มมุมปาก “นายก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ ตอนนี้เผยเหยียนชวนมีแฟนแล้ว เข้าใกล้เจ้าตัวไม่ง่าย ก็ทำได้แค่ค่อย ๆ สืบเรื่องเขาจากคนรอบตัวก่อน”
น่าเสียดายที่เผยเหยียนชวนไม่มีเพื่อนคนอื่นเลย จิตแพทย์จึงเป็นช่องทางเดียว แล้วค่อยหาโอกาสเข้าใกล้เผยเหยียนชวนผ่านจิตแพทย์อีกที
ระบบประเมินเงียบ ๆ 【คุณนี่ไม่เลือกวิธีการเลยจริง ๆ】
“พูดจาไม่น่าฟังเลย ทั้งหมดนี่ก็เพื่อทำภารกิจพิชิตใจ นายควรชมว่าฉันฉลาดมีแผนการสิ”
ลี่เซวียนเมิ่งยักไหล่ ก้มหน้าโอนเงินจำนวนหนึ่งไปยังบัญชีของใครบางคน
‘แสดงได้ดี’
อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
‘ขอบคุณครับเจ้านาย คราวหน้าถ้ามีงานก็อย่าลืมเรียกผมนะครับ’
เธอเงยหน้ามองชั้นบนสุดของอพาร์ตเมนต์ รอยยิ้มตรงมุมปากเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจว่าจะคว้าชัยชนะมาได้
“แต่ว่า ที่ระบบพูดไว้ก่อนหน้านี้ก็ถูกจริง ๆ แฟนคนนั้นต้องรีบหายไปจากฉาก ไม่อย่างนั้นความคืบหน้าของภารกิจก็เดินต่อยาก”
ก็แค่ตัวประกอบไร้บทบาทคนหนึ่ง จัดการง่ายจะตาย
