ไม่ต้องพูดถึงเผยเหยียนชวนเลย แค่อวี๋จิงที่เป็นเพื่อนสนิทของหยางฉือฉือยังไม่รู้เลยว่ายัยนี่คิดอะไรอยู่กันแน่
“เมื่อกี้ทำไมจู่ ๆ ถึงพูดว่าจะเลิกกันล่ะ?”
อาจเพราะยังสลัดบรรยากาศอึดอัดเมื่อครู่ออกไปไม่ได้ อวี๋จิงจึงเปิดหน้าต่างรถ สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปหลายเฮือกอย่างบ้าคลั่ง
เสียงคนขับดังมาจากด้านหน้า
“น้อง อย่ายื่นหัวออกไปสิ แถวนี้กำลังรื้อถอน ฝุ่นเยอะมาก ถ้าร้อนเดี๋ยวลุงเปิดแอร์ให้”
อวี๋จิง “……”
เธอปิดหน้าต่างด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ขอบคุณค่ะลุง”
วันนี้ซวยจริง ๆ
เมื่อปิดหน้าต่างแล้ว ภายในรถอันเงียบสงัดก็มีเพียงเสียงลมแอร์พัดฟู่ ๆ ทุกคำพูดจึงฟังชัดเป็นพิเศษ
อวี๋จิงพิงเบาะรถ หันไปเห็นหยางฉือฉือยังยิ้มอยู่ แววตาทั้งจนใจทั้งขุ่นเคือง
“พอเลย ไม่ต้องหัวเราะเยาะฉันแล้ว ยังไม่ได้บอกเลยว่าทำไมถึงจะเลิกกัน หรือที่จริงเป็นเพราะฉันจริง ๆ?”
หยางฉือฉือกะพริบตา “ไม่ใช่เพราะแก เป็นเพราะตัวเผยเหยียนชวนเอง ตอนนี้ฉันเพิ่งรู้ว่าเขาไม่ได้ชอบฉัน”
“หืม?” อวี๋จิงเลิกคิ้ว “ทำไมถึงพูดแบบนั้น?”
“มีคนบอกมา เหมือนกับตอนที่ฉันบอกแกว่าโลกนี้เป็นนิยาย คนคนนั้นก็เป็นคนบอกฉันเหมือนกัน”
“……”
แววตาของอวี๋จิงเปลี่ยนจากอยากรู้อยากเห็นเป็นแปลกใจ ก่อนจะกลายเป็นเคลือบแคลงและกังวลในที่สุด
“หยางฉือฉือ…ฉันควรพาแกไปหาพี่สาวลูกพี่ลูกน้องฉันไหม?”
พี่สาวลูกพี่ลูกน้องของอวี๋จิงเป็นจิตแพทย์มืออาชีพ หยางฉือฉือก็รู้จักพี่สาวคนนั้น แถมยังมีช่องทางติดต่ออีกฝ่ายด้วย
“ฉันไม่ได้ป่วย” หยางฉือฉือเอนหลัง สีหน้าหม่นหมอง
เธอรู้อยู่แล้วว่าอวี๋จิงไม่มีทางเชื่อ
แต่เธอไม่ได้โกหกจริง ๆ
ตอนอยู่ในร้านอาหาร เธอได้ยินคนทะลุมิติคุยกับระบบ
【ระบบ ลองดูบรรยากาศของพวกเขาสิ เธอยังคิดจริง ๆ เหรอว่าพวกเขาไม่มีความรู้สึกต่อกัน?】
ระบบตอบอย่างมั่นใจ 【โฮสต์ เนื้อเรื่องของเราไม่มีทางผิดพลาด ตามเนื้อเรื่องเดิม ที่พระเอกคบกับแฟนคนนี้ก็เพราะเห็นว่าเธอเป็นคนซื่อ ๆ ทึ่ม ๆ เขาใช้แฟนคนนี้ปลอมตัวเป็นคนปกติ เพื่อให้ยืนหยัดในบริษัทได้】
【อีกอย่าง จากการทำภารกิจจีบมาหลายครั้ง คุณก็รู้แล้วว่าเพื่อให้ทำภารกิจสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น เรายังจัดร่างกายที่ดึงดูดคนคลั่งรักให้คุณเป็นพิเศษ พระเอกจะเสแสร้งเป็นคนปกติต่อหน้าแฟน แต่พออยู่ต่อหน้าคุณ ธาตุคนคลั่งรักของเขาจะเผยออกมาอย่างหมดเปลือก】
คำพูดไม่กี่ประโยคนี้ทำให้หยางฉือฉือมึนงงไปเลย
นี่เป็นข้อมูลที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน
หรือว่าเผยเหยียนชวนคบกับเธอเพราะใช้ประโยชน์จากเธอ?
แถมสุดท้ายเขายังจะไปรักคนทำภารกิจจีบ แล้วเผยด้านที่แท้จริงให้อีกฝ่ายเห็น
หยางฉือฉือ “……”
เมื่อเทียบกันแล้ว ที่จริงเธอไม่ได้ใส่ใจที่เผยเหยียนชวนปิดบังความจริงเรื่องนี้กับเธอ
อย่างไรเธอก็ดูไม่ออกอยู่แล้วว่าเผยเหยียนชวนเป็นคนคลั่งรัก
สิ่งที่หยางฉือฉือใส่ใจจริง ๆ คือประโยคต่อมาของระบบ
ร่างกายที่ดึงดูดคนคลั่งรัก เผยด้านที่แท้จริง? นั่นหมายความว่าต่อไปเผยเหยียนชวนจะเปลี่ยนใจเหรอ? เขาจะเผยให้คนอื่นเห็น แต่ไม่ยอมให้เธอเห็น
หยางฉือฉือโกรธมาก
เผยเหยียนชวนไม่ยอมให้แฟนอย่างเธอเห็น แต่กลับยอมให้คนนอกเห็น เขาไม่ชอบเธอจริง ๆ ด้วย!
เลิกกัน!
เห็นเพื่อนสนิทเสียใจจริง ๆ อวี๋จิงรีบขยับไปปลอบ “โอเค ๆ ยังไงก็เถอะ ฉันสนับสนุนให้แกเลิกกับเขาอยู่แล้ว เผยเหยียนชวนคนนั้นแปลกมาก แกเลิกกับเขาก็ถูกแล้ว”
หยางฉือฉือชะงัก แววตาเป็นประกายด้วยความอยากรู้ “ทำไมแกถึงดูออกว่าเผยเหยียนชวนไม่ปกติ?”
หรือทุกคนจะดูออกกันหมด? ทำไมมีแค่เธอที่ดูไม่ออก?
อวี๋จิงนั่งตัวตรง กระแอมเบา ๆ
“โธ่ ฉันก็อธิบายไม่ถูกหรอก ยังไงก็ดูแปลก ๆ แล้วแกไม่ได้บอกเหรอว่าเหตุผลที่เลิกกันคือเผยเหยียนชวนไม่ชอบแก? งั้นก็เลิกสิ”
นึกถึงช่วงเวลาที่ทั้งคู่คบกัน อวี๋จิงก็อดสงสัยไม่ได้ “ว่าแต่เผยเหยียนชวนตามจีบแกนานแค่ไหน? ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยได้ยินแกพูดถึงเขาเลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวหน้าตาน่ารักเรียบร้อยตรงหน้าก็กะพริบตา
“เหมือนจะรู้จักกัน…ครึ่งเดือนมั้ง? แล้วเขาก็มาสารภาพรัก ฉันเลยตอบตกลง”
อวี๋จิง “…?”
“แกพูดจริงเหรอ?”
หยางฉือฉือไม่ค่อยเข้าใจคำถามนี้ “ก็จริงสิ มีอะไรเหรอ?”
“……”
เดี๋ยวนะ ไหนบอกว่าซื่อ ๆ ทึ่ม ๆ กับเรื่องความรักไง?
อวี๋จิงมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ “ทำไมถึงตอบตกลงกับเขาล่ะ?”
“เพราะฉันชอบเขาน่ะสิ”
เธอยิ้มจนตาหยีแล้วพูดว่า “ฉันชอบความรู้สึกที่เขาทำให้ฉันรู้สึก”
โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น
หยางฉือฉือชอบเวลาที่เผยเหยียนชวนจ้องมองเธอ
ในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น มีเพียงเงาของเธอสะท้อนอยู่
จดจ่อ และมีเพียงเธอคนเดียว
“อีกอย่าง เขาไม่มีพ่อแม่ ไม่มีเพื่อน ชีวิตสังคมก็เรียบง่ายมาก”
หยางฉือฉือก้มหน้านับนิ้ว น้ำเสียงราวกับกำลังเล่าเรื่องธรรมดาทั่วไป
“ถ้าคบกับเขา เขาก็จะเป็นของฉัน แบบนี้ก็ตรงตามที่ฉันต้องการแล้ว”
อวี๋จิง “……”
อะไรนะ? มีคนที่ตรงตามมาตรฐานสุดพิลึกของหยางฉือฉือเรื่องการคบหาได้จริง ๆ เหรอ?
ใช่แล้ว นี่แหละคือมาตรฐานการคบหาของหยางฉือฉือ
พอคบกันแล้ว ความรู้สึกของอีกฝ่าย หรือแม้แต่ตัวเขาเอง ต้องเป็นของเธอทั้งหมด ห้ามมีสิ่งอื่นมาดึงความสนใจไป
ตอนนั้นพออวี๋จิงได้ยินคำตอบนี้ ก็ทำหน้าไม่อยากเชื่อสุด ๆ
“แกพูดไปเลยว่าไม่อยากมีแฟนก็ได้ นี่มันเป็นมาตรฐานที่คนทั่วไปทำได้ที่ไหน?”
แต่ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่ามีคนทำได้จริง ๆ
อวี๋จิงเหมือนหมดแรงและหมดหนทางไปเสียแล้ว
ไม่น่าแปลกใจเลยที่หยางฉือฉือจะตอบตกลงตอนเขาสารภาพรัก
อวี๋จิงอั้นอยู่นาน ก่อนจะพูดออกมาเนิบ ๆ ว่า “ไม่เป็นไร คนเก่าไป คนใหม่ก็มา…”
“เอ๊ะ ๆ น้องสาว พูดแบบนั้นไม่ได้นะ”
คนขับที่นั่งอยู่ข้างหน้าทนไม่ไหวจนต้องแทรกขึ้นมา “ลุงฟังมาตลอดทางแล้ว เพื่อนของหนูกับแฟนคบกันไม่นาน อาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดก็ได้ อีกอย่างเรื่องคบกันจะฟังแต่ที่คนอื่นพูดไม่ได้ ต้องตัดสินด้วยตัวเอง สมัยนี้หาคนที่เหมาะกันได้ไม่ง่ายนะ”
หยางฉือฉือเท้าคาง สีหน้าครุ่นคิด
โทรศัพท์สั่นเบา ๆ เธอก้มมอง เป็นข้อความจากเผยเหยียนชวน
เผยเหยียนชวน:【ที่รัก คืนนี้ฉันไปหาเธอได้ไหม?】
อวี๋จิงเหลือบเห็นข้อความนั้นพอดี แล้วร้องเสียงหลงทันที
“คืนนี้เขาจะไปบ้านแกเหรอ?”
ตอนนี้อวี๋จิงถึงนึกได้ว่าลืมถามเรื่องสำคัญที่สุดไป
เธอเหลือบมองคนขับลุง ๆ ที่อยู่ข้างหน้า แล้วลดเสียงลงกระซิบถาม “ว่าแต่…พวกแกไปถึงขั้นไหนกันแล้ว?”
ขั้นไหนเหรอ?
หยางฉือฉือเอียงศีรษะ
เธอลดเสียงลงเช่นกัน แล้วตอบว่า “จูบทางอ้อมนับไหม? เรื่องวันนี้น่ะ”
“……แค่นั้นเหรอ?”
หยางฉือฉือพยักหน้าอย่างจริงจัง “แค่นั้น”
“หา?? จริงเหรอ?”
ไม่น่าใช่นะ? ดูไม่เหมือนเลย
ถึงอีกฝ่ายจะใส่แว่น อวี๋จิงก็ยังสัมผัสได้ถึงสายตาที่รุกเร้าอย่างมากของเผยเหยียนชวน แต่เธอกลับบอกว่าทั้งคู่คบกันแล้วแค่จูบทางอ้อมเนี่ยนะ
หยางฉือฉือก้มหน้าตอบตกลงเผยเหยียนชวน จากนั้นก็หันไปมองอวี๋จิงที่ทำหน้าตกตะลึง
“ปกติเผยเหยียนชวนไม่ค่อยแตะต้องฉันตามใจชอบ ถ้าจะแตะก็จะถามความเห็นฉันก่อน”
เพราะอย่างนั้นหยางฉือฉือถึงไม่เข้าใจ
แบบนี้ก็นับว่าเป็นคนคลั่งรักด้วยเหรอ?
หรือว่าเผยเหยียนชวนเป็นคนคลั่งรักที่มีมารยาท?
