“สหายหนุ่ม ที่แท้ผู้กำกับหู่เป็นลุงของคุณนี่เอง!”
“ทำไมไม่บอกกันตั้งแต่แรก ฮ่า ๆ ๆ ดูสิ เรื่องวุ่นวายกันไปหมดแล้ว!”
ท่าทีของเขาต่างจากก่อนหน้านี้ราวฟ้ากับเหว
ใบหน้าของหัวหน้าแผนกยิ้มแย้มแจ่มใสสุด ๆ ไม่เหลือความสงสัยแม้แต่นิดเดียว!
“ถูกต้อง ตั๋วกับเงินพวกนี้ ผมเอากวางน้อยกับเนื้อหมีไปแลกกับเขามา”
“ถ้าคุณไม่เชื่อ ก็ไปถามที่สถานีตำรวจได้”
เถี่ยจู้เกลียดพวกที่ชอบดูถูกคนอื่นที่สุด
หัวหน้าแผนกยิ้มประจบไม่หยุด รีบพูดว่า “เชื่อ! ผมเชื่อ! ก่อนหน้านี้พวกเราเข้าใจคุณผิดไปเอง!”
พูดจบก็หันไปตวาดพนักงานขายสาวทันที “ยืนบื้ออะไรอยู่ รีบไปหยิบของให้สหายหนุ่มสิ!”
“ผมไม่ให้เธอบริการ ใครจะรู้ว่าเธอจะแอบตวงของให้ผมน้อยกว่าที่ควรหรือเปล่า?”
“คุณ!”
พนักงานขายสาวหน้าแดงก่ำ แต่กลับไม่กล้าพูดอะไร!
“อาจู! มาช่วยหยิบของให้สหายหนุ่มคนนี้ที!”
หัวหน้าแผนกเรียกพนักงานขายอีกคนมา
“ได้ค่ะ!”
สิบกว่านาทีต่อมา เถี่ยจู้ก็แบกถุงป่านใบใหญ่ออกจากร้านสหกรณ์
เที่ยวนี้เขาใช้เงินไปสามสิบกว่าหยวน เทียบได้กับเงินเดือนหนึ่งเดือนของคนทั่วไปเลย
“ไอ้เด็กเวร ซื้ออะไรมา ทำไมถุงใหญ่ขนาดนี้!”
หวังเจี้ยนเย่ที่รออยู่หน้าประตูรีบเดินเข้ามาหา
“กลับถึงบ้านลุงก็รู้เอง”
“ลุงรอผมหน่อย ผมจะไปร้านอาหารรัฐฝั่งตรงข้ามซื้อซาลาเปาไส้เนื้ออันโต ๆ สองลูก!”
เถี่ยจู้วางถุงป่านลงให้เรียบร้อย แล้วก้าวเท้าไปยังฝั่งตรงข้ามถนน
ยังเช้าอยู่ ในร้านอาหารจึงมีลูกค้าไม่มาก มีพนักงานสองคนกำลังเช็ดโต๊ะ
