“ทำไมล่ะ!”
“ใช่! แกมีหัวสองหัวหรือไง ถึงได้อ้าปากก็จะเอาหมด!”
“ฉันเป็นคนแรกที่เข้ามาล้อมวง จะซื้อไปจัดงานเลี้ยงต่างหาก!”
......
เสียงด่าทอดังขึ้นระงมไปทั่ว
พอปานน้อยเห็นว่าตัวเองกำลังสร้างความโกรธแค้นให้คนทั้งฝูง เขาก็ลนลานขึ้นมาทันที
ขณะเดียวกัน มือก็ค่อย ๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋า กำปืนพกไว้แน่น ถ้าใครกล้าก่อเรื่อง เขาจะยิงขู่เสียเลย
“เถี่ยจู้ แกว่ายังไง จะขายให้เขาหมดเลย หรือจะแบ่งขายให้ทุกคน?”
พี่หลิวหันไปถามเถี่ยจู้
“เอาอย่างนี้ก่อน ให้ทุกคนได้ซื้อกัน แล้วที่เหลือค่อยขายให้เขา”
“ได้ เอาตามที่แกว่า เถี่ยจู้หั่นเนื้อ ฉันรับเงิน เฮยจื่อชั่งน้ำหนัก!”
ทุกคนจึงแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน
ยังดีที่มีพี่หลิวกับเฮยจื่อช่วย ไม่อย่างนั้นคืนนี้เถี่ยจู้คงวุ่นจนมือเป็นระวิง
ผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมง เนื้อก็ขายไปได้ครึ่งหนึ่ง แถมยังมีคนทยอยมาสมทบไม่ขาด สถานการณ์คึกคักสุด ๆ
บางคนซื้อเนื้อไปแล้วก็หันกลับไปเรียกญาติมิตรมาอีกเป็นพรวน เนื้อสองกองนั้นค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ปานน้อยเจ็บปวดใจราวกับถูกควักเนื้อของตัวเอง สีหน้าเขียวคล้ำไปหมด
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง เนื้อก็ขายหมดเกลี้ยง!
“พี่หลิว นี่...”
สีหน้าของปานน้อยย่ำแย่ยิ่งกว่าคนร้องไห้ เสียใจจนแทบอยากกัดลิ้นตาย!
เมื่อครู่ถ้ายอมต่อแถวดี ๆ อย่างน้อยก็คงได้ซื้อบ้าง ตอนนี้แม้แต่ขนสักเส้นก็ยังไม่ได้!
“โธ่ ปานน้อย ขอโทษจริง ๆ ฉันไม่คิดว่าเนื้อหมาป่าจะขายดีขนาดนี้!”
