เหล่าทหารรับจ้างที่อยู่โดยรอบเดิมทีคิดจะตามไปด้วย แต่พอได้ยินนามของมาร์ติน•ซิลเวอร์สไปก์ ต่างก็พากันล้มเลิกความคิด
เรื่องที่มาร์ตินมีอัศวินขั้นเซนต์ติดตามอยู่ข้างกายแพร่สะพัดในหมู่ขุนนางและทหารรับจ้างมานานแล้ว
ต้องรู้ว่าอีกฝ่ายคืออัศวินขั้นเซนต์ ผู้มีพลังแข็งแกร่งและน่าเกรงขาม เหล่าทหารรับจ้างย่อมไม่กล้าหาเรื่องโดยง่าย
มาร์ตินพาชายชรากับบารอนออกจากเมืองเล็ก เดินทางมาถึงป่าแห่งหนึ่งเพื่อพักผ่อนสักครู่
ยามนี้ราตรีโรยตัวลงแล้ว ไซรัสร่ายเวทแสงสว่าง แสงนุ่มนวลพลันสาดส่องบริเวณโดยรอบ
มาร์ตินมองชายชราแล้วกล่าวตรง ๆ ว่า “ไม่ต้องพูดเรื่องไร้สาระกันแล้ว พาผมไปดูกันก่อนว่าแกนดัล์ฟ จอมเวทขั้นเขตศักดิ์สิทธิ์ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เรื่องระหว่างทางค่อยเล่าให้ละเอียด”
จากนั้นเขาสั่งให้ไซรัสอยู่ดูแลม้า ส่วนตนกับบารอนติดตามชายชรามุ่งหน้าไปยังป่าหมอก
ป่าหมอกเป็นผืนป่าเก่าแก่ นับแต่ยุคสงครามระหว่างเทพและมารในบรรพกาล ก็ถูกหมอกสีเทาขาวปกคลุมอยู่ตลอดกาล ผู้คนจึงเรียกขานกันว่าป่าหมอกนิรันดร์
หมอกในป่าแผ่คลุมอยู่ระหว่างหมู่ไม้ทั้งกลางวันและกลางคืน แสงตะวันแทบทะลุผ่านเรือนยอดชั้นบนลงมาไม่ได้ ทำให้ภายในป่ามืดสลัวคล้ายยามสนธยาอยู่เสมอ ดวงดาว ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์จากโลกภายนอกยากจะปรากฏให้เห็น
ยิ่งไปกว่านั้น ขอบเขตของป่ายังขยายหรือหดตัวเล็กน้อยตามกระแสน้ำ ข้างขึ้นข้างแรม และกระแสเวทมนตร์ ทำให้แนวเขตพร่าเลือน
หากเผลอหลงเข้าไป ก็มีโอกาสสูงที่จะหลงทิศทางและยากจะหาทางกลับ นับเป็นแดนอันตรายตามธรรมชาติและเขตหวงห้ามที่ผู้คนทั่วราชอาณาจักรยอมรับกัน
สิบนาทีผ่านไป บารอนพามาร์ตินกับชายชรามาถึงชายขอบของป่าหมอก
มาร์ตินทอดสายตามองหมอกที่ปกคลุมอยู่เบื้องหน้า ก่อนหันไปมองบารอน อีกฝ่ายพยักหน้าเงียบ ๆ ทั้งสองเข้าใจกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำ จึงก้าวตามชายชราเข้าไปในป่าหมอก
