เวลานี้ คนช่วยปั่นกระแสอีกคนหนึ่งก็เข้ามาแทรกแซงบทสนทนา บอกว่าตนรู้จักแม่นางน้อยคนที่ทำซาฉีหม่าคนนั้น เป็นคนจากหมู่บ้านเดียวกับญาติของตน
เพียงแต่นานมากแล้วที่ไม่เห็นออกมาขายซาฉีหม่า คราต่อไปก็ไม่รู้ว่าจักได้พบอีกเมื่อใด
บรรดานางป้าเหล่านี้ย่อมรู้ได้เองโดยมิต้องมีใครสั่งสอน แสดงได้ดียิ่งกว่าที่ซูหว่านสอนเสียอีก
ถึงกับเอ่ยว่า หากทางร้านหลิวฟังไจมีซาฉีหม่าวางขายทุกวันก็คงดี แม่นางทั้งหลายที่เป็นเพื่อนบ้านละแวกนั้นก็ล้วนโปรดปราน หากร้านนี้มีของชิ้นนี้ พวกนางก็จักมาซื้อหาได้ทุกวี่วัน
ผู้ดูแลร้านหลิวฟังไจจิตใจฝักใฝ่ซาฉีหม่านี้มาเนิ่นนานแล้ว ก่อนหน้านี้คิดจะรอดูสถานการณ์ไปก่อน อีกทั้งยังให้คนไปซื้อกลับมาหลายต่อหลายครา หมายจะค้นคว้าด้วยตนเองว่ามันทำขึ้นมาได้อย่างไร
ทดลองไปหลายวิธีล้วนล้มเหลว ต่อให้ทำออกมาได้ก็หาใช่รสชาติเช่นนั้นไม่ กล่าวโดยสรุป เมื่อเทียบกับซาฉีหม่าแท้แล้วยังห่างชั้นนัก
ลอกเลียนแบบไม่ได้ พวกเขาก็ได้แต่ล้มเลิกไป ครั้นถึงช่วงสิ้นปี ต้องการตามหาพ่อค้าเร่ขายซาฉีหม่าผู้นี้โดยตลอด คิดจะซื้อสูตรของนาง ผลสุดท้ายนางกลับไม่ปรากฏตัวในเมืองอีกเลย
บัดนี้ได้ยินผู้ใดเอ่ยถึง พวกเขาจะปล่อยโอกาสนี้หลุดมือไปได้อย่างไร
เสี่ยวเอ้อรีบรุดไปตามผู้ดูแลร้านทันที เรียนให้ทราบว่ามีผู้รู้ถึงถิ่นพำนักของพ่อค้าเร่ขายซาฉีหม่าผู้นั้น
นางป้าหลายคนนี้เฝ้ารออยู่ก่อนแล้ว ยังคงเสแสร้งทำเป็นเลือกซื้อขนมอบ รอคอยให้คนเข้ามาหาพวกนาง
แม่นางผู้นั้นกล่าวไว้แล้วว่า จักต้องมีคนมาตามหาพวกนางเป็นแน่ ครั้นถึงเวลานั้น พวกนางก็จะนำที่อยู่ซึ่งนางได้ให้ไว้ มาบอกแก่ผู้นั้น ก็แล้วกัน
ซูหว่านเห็นว่าการใกล้จะสำเร็จแล้ว จึงกลับบ้านไปรอฟังข่าวดีก่อนเป็นคนแรก
