ซูหว่านหันกลับไปมองเหอเจียวซิ่ง นางส่ายศีรษะอย่างแรง ท่าทางไม่เต็มใจอย่างถึงที่สุด หากผู้ใดไม่รู้คงนึกว่าบุรุษผู้นั้นเป็นอสูรร้ายน่าสะพรึงกลัว!
“เช่นนี้ดีหรือไม่ ท่านน้า ท่านกลับไปก่อน ให้เจียวซิ่งอยู่เป็นเพื่อนข้าสักประเดี๋ยว รอให้นางจิตใจสงบลงแล้ว ข้าจึงจะให้นางกลับไป?”
ให้คนตรงหน้าไปเสียก่อนเถิด ยืดเยื้อเช่นนี้ก็มิใช่เรื่อง นางยังมีธุระสำคัญต้องทำ!
“มิได้ดอก อีกฝ่ายยังรออยู่ มันดูไม่เหมาะสม” อีแปะพุทราใหญ่แสร้งทำเป็นลำบากใจ
ซูหว่านมิรู้จะจัดการอย่างไร เหอเจียวซิ่งจับมือนางไว้ไม่ยอมปล่อย ตามเหตุผลแล้วนี่เป็นเรื่องในครอบครัวของผู้อื่น หากนางเข้าไปยุ่งมากก็ไม่เหมาะ ราวกับสุนัขคาบหนู แม้เหอเจียวซิ่งจะน่าเวทนานัก แต่นางก็พยายามช่วยพูดเต็มกำลังแล้ว เรื่องนี้ทำให้นางไม่รู้จะเอ่ยอย่างไรดีจริง ๆ
ขณะที่ซูหว่านกำลังร้อนรนกลัดกลุ้มก็มีเสียงบุรุษหนุ่มที่ฟังดูอ่อนวัยดังขึ้นด้วยความรีบร้อน
“เจียวซิ่ง!”
ทุกคนต่างหันไปทางต้นเสียง เห็นเป็นบุรุษร่างโปร่ง ดูอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปี รูปร่างไม่สูงมาก ราวหนึ่งจ้างเจ็ดชุ่น (ประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร)
เหอเจียวซิ่งเห็นเขาแล้วน้ำตาก็ไหลท่วมท้นกว่าเดิม ทั้งยังแฝงความน้อยเนื้อต่ำใจ
เขาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาขวางหน้าซูหว่านและเหอเจียวซิ่ง ร่างบางของเขาในยามนี้กลับแสดงถึงพลังอันเปี่ยมล้นออกมา
“ท่านน้าขอรับ ข้ายินดีแต่งงานกับเจียวซิ่งกลับบ้าน ขอท่านได้โปรดอนุญาต!”
คำพูดนี้ไม่มีผู้ใดคาดคิด ทำให้เรื่องราวพลิกผันไปในทางที่ดีขึ้น
“เจ้ายินดีแต่งเจียวซิ่ง? แต่บ้านของเจ้ายากจนข้นแค้น เจ้าเอาสินสอดสิ่งใดมาแต่งเจียวซิ่ง? เล่ห์กลมือเปล่าจับห่านขาวเช่นนี้ ไม่อาจทำกันได้นะ!”
