ทางด้านซูจิ่งนั้น ดื่มสุราอยู่กับสหายร่วมสำนักกลุ่มหนึ่งจริง เพียงแต่เสี่ยวเอ้อของภัตตาคารถูกสินบนซื้อไว้แล้ว คอยจังหวะจะวางยาให้ซูจิ่ง ส่วนจ้าวซีอวิ๋นก็ไปนอนอยู่ในห้องหนึ่งแล้ว
ซูจิ่งคออ่อนมาแต่แรก หลังสุราลงท้องไปบ้าง ก็เริ่มเมาได้ที่ แก้มแดงจัด เท้าคางปรือตาลง
บัณฑิตโจวเห็นท่าทางเช่นนั้นก็อดหัวเราะมิได้ กล่าวว่า
"พี่ซูมีความรู้เป็นเลิศ ทว่าคออ่อนนัก ที่สุดพวกเราก็มีข้อเหนือพี่ซูเสียที"
ณ สำนักศึกษา ซูจิ่งเป็นเลิศในทุกด้าน เป็นที่โปรดปรานของอาจารย์ทุกรูปทุกนาม การสอบท้องถิ่นครานี้ มีเพียงซูจิ่งที่ผ่านเข้าสอบระดับอกได้
เหล่าสหายหัวเราะกันถ้วนหน้า เว้นก็แต่บัณฑิตฉี ผู้มักมีปากเสียงกับซูจิ่งอยู่มิขาด เขาส่งเสียงเหอะเย็นชา เอ่ยว่า
"สอบผ่านระดับท้องถิ่นก็มิแน่ว่าจะผ่านระดับอกไปได้ การสอบมีขึ้นทุกสามปี มีศิษย์นับพันชีวิตเดินทางเข้านครหลวงไปสอบ ผู้เป็นเลิศในเซียงโจวก็หาได้หมายความว่าจะเป็นเลิศในนครหลวงไม่!"
ซูจิ่งหาได้ใส่ใจ เพียงแค่ยิ้มจาง ๆ ไม่อยากโต้เถียง เขาก็ไม่เคยกล่าวว่าตนเองมั่นใจร้อยทั้งร้อยเสียหน่อย
แต่สหายร่วมสำนักที่สนิทกับซูจิ่งกลับช่วยแก้ต่างให้
"ฉีเยี่ยน ซูจิ่งน่ะได้เป็นถึงจวี่เหรินแล้ว เป็นเรื่องตอกติดกระดาน สอบผ่านระดับท้องถิ่นมาแล้ว ผิดกับพวกเราที่ยังเป็นเพียงซิ่วไฉเท่านั้น"
ฉีเยี่ยนสีหน้าแข็งทื่อ กลัดกลุ้มรินสุราดื่มลงคอไปแก้วหนึ่ง
เสี่ยวเอ้อเข้ามาเติมสุรา เวียนมาถึงซูจิ่ง รินให้จนเต็มจอก เหล่าสหายต่างยกจอกดื่มหมดในคราเดียว หัวเราะสนทนากันอย่างออกรส
