หยางชิงชิงนั่งคุกเข่าอยู่บนเบาะด้านข้างและค่อนไปทางหลังของนาง คอยเป็นเพื่อนอย่างว่าง่าย ไม่พูดมาก เพียงแต่ดวงตาคู่หนึ่งสอดส่ายมองความมั่งคั่งแห่งจวนท่านปั๋วนี้
ฮูหยินท่านปั๋วยังมาไม่ถึง บรรดาฮูหยินผู้สูงศักดิ์เหล่านี้จึงเดินไปมาเจรจาทักทายกัน มีไม่น้อยที่รู้จักเซี่ยเหนียงจื่อ เห็นนางพาคนแปลกหน้ามาด้วย ก็เข้ามาหาเพื่อไต่ถาม
"โอ้ เซี่ยเหนียงจื่อ วันนี้ถึงขั้นพาคนมาด้วยแท้ ๆ ยังไม่รีบแนะนำพวกเราเล่า นี่เป็นคุณหนูจากตระกูลใดกัน"
ซูหว่านไม่ประหม่าเลยสักนิด งานชุมนุมเช่นนี้นางยังคุมเชิงอยู่ ค้อมศีรษะให้พวกนางเล็กน้อย นับว่าเป็นการทักทาย
"นี่ก็คือที่ข้าเคยเล่าให้พวกเจ้าฟังก่อนหน้านี้ เจ้าของกิจการเบื้องหลังสบู่น้ำนมแพะห้องหยกงาม คุณหนูซูหก"
พอพูดถึงสบู่น้ำนมแพะ พวกนางก็จำได้ ฮูหยินที่มาร่วมงานในที่นี้ มีผู้ใดบ้างที่ยังไม่เคยใช้สบู่น้ำนมแพะ
"ที่แท้นี่ก็คือเจ้าของกิจการท่านนั้นที่เจ้าเอ่ยถึง ดูอายุยังน้อยนัก ยามนี้รุ่นราวเท่าใดแล้ว มีคู่หมายหรือไม่"
เซี่ยเหนียงจื่อกระซิบข้างหูซูหว่าน บอกนางว่าผู้พูดนี้เป็นฮูหยินของตระกูลใด
นี่คือฮูหยินหลิว ในครอบครัวทำสุราสั่งสมทรัพย์สินมา เหล้าดอกหงส์ที่เป็นมรดกตกทอดของบรรพบุรุษเป็นจุดเด่น ซื้อเหล้าที่เซียงโจวก็ต้องยึดถือร้านเก่าแก่ของนาง
"ฮูหยินหลิว ข้าน้อยปีนี้อายุสิบห้า ยังไม่การหมั้นหมาย"
"เช่นนั้นเจ้านี่ไม่ธรรมดา อายุยังน้อยเพียงนี้ก็ทำการค้าด้วยตนเองแล้ว สบู่น้ำนมแพะของพวกเราได้ใช้แล้ว สบายยิ่งนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลิ่นซานตานนั้น ถูกใจข้ายิ่ง มิทราบว่าต่อไปพวกเจ้าจะทำกลิ่นใดออกมาอีก"
