ซูหว่านดื่มเข้าไปแล้ว ก็เกิดหลงรักสุรานี้ขึ้นมาฉับพลัน กลับไปต้องหาช่องทางซื้อติดบ้านไว้ดื่มเป็นประจำเสียแล้ว
ซูจิ่งดื่มสองถ้วยที่เหลือ ผู้คนเริ่มแซวให้เขาแต่งบทกวี
โต๊ะอาหารหมุนเวียน ในสวนชบาเฮฮวง จะไม่แต่งสักบทก็กระไรอยู่กับบรรยากาศเช่นนี้
อีกทั้ง ทุกคนล้วนใคร่ชมความสามารถของจ้วงหยวนผู้นี้
ซูจิ่งถูกผู้คนแซว เขาเป็นเหล่าปราชญ์กวี ยามนี้ถูกบรรยากาศโหมโรงขึ้นมา ก็เกิดอยากแต่งบทกวีขึ้นมาจริง ๆ
ซูหว่านประสานสองมือ มองเขาด้วยสายตาเปี่ยมความคาดหวัง ดั่งสาวน้อยผู้หลงใหล
เห็นแก่หน้าน้องสาวเพียงเท่านั้น วันนี้เขาจะยอมอวดฝีมือให้ชมก็ได้
"ข้าขออวดฝีมือ หากบทกวีไม่สื่อความหมาย อย่าได้หัวเราะเยาะข้ากันเลย" ซูจิ่งกล่าวไว้ก่อน
"ไม่เป็นไร เราย่อมเชื่อมั่นในความสามารถของจ้วงหยวน ที่สามารถก้าวขึ้นเหนือเหล่าบัณฑิตนับหมื่น คว้าชัยอันดับหนึ่ง เกล็ดทองคำในสระจะใช่ที่อยู่ของมันหรือ เจ้าอย่าได้หัวเราะพวกเราที่มีความรู้น้อย ฟังไม่เข้าใจความหมายอันลึกซึ้งในบทกวีของเจ้าก็แล้วกัน"
ผู้คนยังคงจงใจยกยอซูจิ่ง เพราะเขามีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นคนโปรดขององค์ฮ่องเต้ในวันหน้า เกรงว่าจะได้รับความมั่งคั่งล้นฟ้า สังหารมิได้ สังหารมิได้
ถึงซูจิ่งจะแต่งได้ไม่ดีวันนี้ พวกเขาก็ต้องปรบมือชมเชย
ซูจิ่งรู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความเท็จหลอก มันช่างเกินจริงไปหน่อย แต่เขามองทะลุแต่ไม่เอ่ยปาก
แล้วจึงหลับตานั่งสมาธิ ผู้คนก็รอเขาพูดอย่างใจจดใจจ่อ