“ข้ามีสิ่งหนึ่งอยากมอบให้เจ้า!” ซูอี้ยิ้มอ่อนโยน น้ำเสียงก็อ่อนโยนยิ่งนัก
“พี่ห้าเข้ามาพูดข้างในเถิด!” ซูหว่านหลีกทางให้เขาเข้ามา
พอปิดประตูแล้ว ซูอี้นั่งลงที่โต๊ะ หยิบกล่องกระเบื้องขาวใบเล็กที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อออกมาวางบนโต๊ะ
“นี่คือสิ่งใด?” ซูหว่านค่อนข้างสงสัยใคร่รู้
กล่องกระเบื้องประณีตยิ่ง สีขาว บนนั้นยังวาดกิ่งบุหงาดอกเหมยไว้ด้วย
“เจ้าเปิดดูก็รู้”
ซูอี้ให้ของขวัญเป็นครั้งแรก ใบหน้าแดงเรื่อ หวั่นว่าซูหว่านจะไม่ชอบ บัดนี้ความรู้สึกฉันพี่น้องที่เขามีต่อซูหว่านนั้นแท้จริงนัก
เขาคิดว่าซูหว่านทุ่มเทเพื่อตระกูลซูมากมาย ไม่มีความเสียใจหรือขุ่นเคืองใด ๆ เขาควรปฏิบัติต่อนางให้ดี
ซูหว่านเปิดกล่อง เป็นยาทาปาก ทว่าสีเป็นสีชมพู เป็นสีที่ดูโดดเด่นเหลือเกิน แต่ซูหว่านได้รับแล้วก็ยังยินดียิ่ง
“ข้าเพ่งดูอยู่พักหนึ่ง รู้สึกว่าสีนี้ค่อนข้างงดงาม ชมพูนุ่มนวลเหมาะกับวัยของเจ้านัก” ซูอี้อธิบาย
ยาทาปากนี้ซื้อมาจากร้านเครื่องแป้งน้ำอบที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ราคาเกือบสองตำลึง ตอนนั้นเขาซื้อก็รู้สึกว่าสีนี้สวยกว่าเพื่อน เป็นบุรุษที่จิตใจไม่มีความละเอียดอ่อนโดยแท้
เจ้าตัวนี่ไปซื้อของที่ขายไม่ออกในร้านเครื่องแป้งของเขามา โดยทั่วไปแล้วหญิงสาวทั่วไปมิอาจครองสีนี้ได้ ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดซื้อเลย ถูกวางไว้ในมุมอับก็ยังถูกเขามองเห็น
“งดงามยิ่ง ชอบนัก!” ซูหว่านใช้นิ้วแตะขึ้นมาทาที่ริมฝีปากเล็กน้อย ณ ที่นั้น
หากนางไม่ขาวพอ หน้าตาไม่ถึงขั้น มิอาจครองได้เลย
