วุฒิการศึกษาสูงสุดในยุค 60 คืออะไร?
ก็ต้องเป็นนักศึกษาปริญญาเอกนี่แหละ โดยปกติแล้วจะเรียนสามปี แต่ถึงอย่างไรก็มีข้อยกเว้นเสมอ คนที่เรียนห้าปีก็ยังจบไม่ได้มีอยู่มากมาย ส่วนอัจฉริยะที่เรียนสองปีก็จบแล้วก็มีให้เห็นเช่นกัน
อย่างเช่นจางอวี่หยาง นักศึกษาปริญญาเอกของเขาน่ะใช้เวลาแค่ปีครึ่งก็เรียนจบเรียบร้อย และยังได้รับคำชื่นชมจากผู้ใหญ่ในวงการอีกด้วย
“คิดทิศทางงานวิจัยออกหรือยัง?” จางอวี่หยางถามพร้อมยิ้ม
“ก็ได้แนวทางบ้างแล้ว” หลินเส้าเหวินพูดเชิงหยั่งเชิง “หลังจากที่ผมแต่งงาน ก็พบว่าในปัจจุบันสภาพการรักษาพยาบาลสำหรับผู้หญิงยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่… ก็เลยว่าจะเน้นไปทางนี้ครับ”
“สูตินรีเวชงั้นเหรอ?”
จางอวี่หยางขมวดคิ้ว
ไม่ใช่ว่าเขาดูถูกสูตินรีเวชนะ เพียงแต่ด้วยความสามารถของหลินเส้าเหวินแล้ว
น่าจะไปรับมือกับโรคร้ายแรงใหญ่โตถึงจะถูกกว่า ถึงจะเรียกว่าใช้คนให้เหมาะกับงาน
“ผู้อำนวยการจางครับ ที่จริงท่านเคยคิดไหม ว่าช่วงนี้สภาพสังคมสำหรับเพื่อนหญิงน่ะ ไม่ค่อยดีเลยสักนิด” หลินเส้าเหวินพูดเสียงจริงจัง “ผู้ชายไม่สบาย ต่อให้เป็นโรคที่น่าอายแค่ไหน ยังเดินดุ่ม ๆ ไปโรงพยาบาลได้ แต่ผู้หญิงน่ะทำไม่ได้นะครับ พวกเธอกลัวคนนินทา ชื่อเสียงสำคัญกว่าชีวิตเสียอีก…”
คำพูดชุดนี้ทำให้จางอวี่หยางเงียบไป
เขาก็ใช่ว่าจะไม่รู้ปัญหาผู้หญิงเข้าไม่ถึงการรักษา ในยุคนี้สัดส่วนหมอชายต่อหมอหญิงน่ะมากกว่า 10 ต่อ 1 ด้วยซ้ำ หมอผู้หญิงในแผนกสูตินรีเวชยิ่งหายากยิ่งกว่าหงส์ในตำนาน ไม่มีผู้ชายคนไหนอยากให้ชายแปลกหน้ามาดูเรือนร่างภรรยาหรือลูกสาวของตนหรอก ถึงอีกฝ่ายจะเป็นหมอก็ตาม
