เมืองจิง ตระกูลเวิน
เดิมทีคุณปู่เวินพาหลานสาวคนโปรดไปทำตามสัญญาหมั้นหมาย แต่กลับได้รู้ว่าการแต่งงานของหลานถูกคนอื่นชิงไปเสียแล้ว แถมลูกชายโง่เง่าของเขายังเห็นดีเห็นงามด้วย ความโกรธพุ่งพล่านจนคุณปู่เวินเตะเข้าที่เข่าของลูกชายเต็มแรง
“ฉันเลี้ยงแกมาได้ยังไง ถึงได้กลายเป็นคนแยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ออกแบบนี้? ตอนนั้นจืออวี่ถูกผู้หญิงใจร้ายคนนั้นสับเปลี่ยนตัวไป ต้องทนทุกข์อยู่ชนบทตั้งเท่าไร? ฉันอุตส่าห์ตามหาจืออวี่จนเจอ แล้วพวกแกทำยังไง? เพื่อหลินเยว่เยว่ ถึงกับส่งลูกสาวแท้ ๆ มาให้ฉันเลี้ยง ตอนนี้ยิ่งไปกันใหญ่ แม้แต่คู่หมั้นของลูกสาวแท้ ๆ ก็ยังยกให้ลูกบุญธรรม!
พวกแกสองคนที่เป็นพ่อแม่มีรกอยู่ในสมองหรือไง?! ถึงได้แยกแยะอะไรไม่ออกขนาดนี้!!”
เสียงดุด่าดังก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ของตระกูลเวิน “ฉัน...ฉันมีลูกชายโง่เง่าแบบแกได้ยังไง!”
เวินซุ่ยอันเห็นคุณปู่โกรธจนเป็นถึงขนาดนี้ ก็กลัวว่าท่านจะโมโหจนล้มพับไป จึงไม่กล้าเถียง ได้แต่พูดเสียงเบาว่า “พ่อ ใจเย็นก่อนนะครับ เรื่องเยว่เยว่กับเจิงหราน...ทั้งสองคนรักกัน แล้วก็จดทะเบียนสมรสกันไปแล้ว ผมเองก็จำใจจริง ๆ ครับ”
“เพราะอย่างนั้นแกเลยไปบอกคนตระกูลลู่ว่าหลินเยว่เยว่เป็นลูกสาวของตระกูลเวินงั้นเหรอ?”
เวินซุ่ยอันกำลังจะอธิบาย
แต่คุณปู่ตัดบท “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ ฉันไปสืบมาแล้ว!”
เวินซุ่ยอันพูดไม่ออก
คุณปู่โกรธจนคว้ากระบองฟาดหลังเวินซุ่ยอันไปหนึ่งที ทั้งเจ็บใจและปวดร้าว
การหมั้นหมายครั้งนี้เป็นสิ่งที่เขาตกลงกับผู้เฒ่าลู่ไว้ตั้งแต่แรก
คนที่หมั้นหมายกันต้องเป็นสายเลือดของตระกูลเวิน
แล้วหลินเยว่เยว่เป็นใครกัน?
ก็แค่ลูกบุญธรรม! แถมพ่อแม่ของหลินเยว่เยว่...ยังสับเปลี่ยนตัวหลานสาวแท้ ๆ ของเขาตั้งแต่เด็ก!
“ต่อให้เป็นสัตว์เดรัจฉานก็ยังทำเรื่องแบบพวกแกไม่ลง ไม่รู้ใครเห็นเข้าคงนึกว่าหลินเยว่เยว่ต่างหากที่เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพวกแก! พวกแกลืมไปแล้วหรือไงว่าพ่อแม่ของหลินเยว่เยว่ทรมานจืออวี่ยังไง? ตอนที่ฉันเจอจืออวี่ เด็กผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก!”
“คุณปู่ ใจเย็นก่อนนะคะ โมโหจนสุขภาพเสียเพราะเรื่องนี้ไม่คุ้มหรอกค่ะ” เวินจืออวี่เดินไปข้างคุณปู่ ยื่นถ้วยชามาให้ “ดื่มชาสักหน่อยนะคะ จะได้ใจเย็นลง ชาอุ่นกำลังดีค่ะ”
เมื่อเห็นหลานสาวแสนว่าง่ายเช่นนี้ คุณปู่เวินก็รู้สึกผิดจับใจ ยิ่งผิดหวังในตัวเวินซุ่ยอัน ลูกชายของตนจนถึงที่สุด
ตั้งแต่เวินจืออวี่เดินเข้ามาจนยื่นชาให้คุณปู่ เธอก็เมินเวินซุ่ยอันที่กำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น ผู้ชายที่เรียกตัวเองว่าพ่อแท้ ๆ ของเธออย่างสิ้นเชิง
เธอยื่นมือออกไปลูบหลังให้คุณปู่เบา ๆ เพื่อช่วยให้ท่านคลายโทสะ
“จืออวี่ เธอกับลู่เจิงหราน...ก็ไม่ได้มีใจให้กันไม่ใช่เหรอ? ไม่สู้ยอมให้เยว่เยว่สมหวังไปเลยล่ะ” ฟู่เข่อม่านพูดกับเวินจืออวี่อย่างระมัดระวัง
“ถึงจะไม่ได้รักกัน แต่นั่นก็เป็นคู่หมั้นของฉันไม่ใช่เหรอคะ?” เวินจืออวี่มองฟู่เข่อม่าน
อีกฝ่ายใจสะดุดวูบ
สายตาของลูกสาวคนนี้คมกริบเกินไป
น่ากลัวยิ่งกว่าสายตาเมื่อสองปีก่อนเสียอีก!
ทำให้เธอนึกถึงเรื่องเมื่อสองปีก่อน...ตอนที่เวินจืออวี่เกือบฟันหลินเยว่เยว่จนตาย
เพราะอย่างนั้น เธอกับสามีถึงได้ส่งเวินจืออวี่ไปบ้านเก่าของคุณปู่กลางดึก
แต่คุณปู่ไม่เชื่อ
ท่านเชื่อเพียงว่าพวกเขาลำเอียง
ที่จริงแล้ว...พวกเขากลัวต่างหาก!
“จืออวี่ ไม่ต้องกลัวนะ คุณปู่จะทวงความเป็นธรรมให้หนูเอง” คุณปู่เวินปลอบหลานสาว
ท่านกลัวว่าหลานจะคิดสั้น
แต่ความจริงเวินจืออวี่กลับคิดได้ทะลุปรุโปร่งมากแล้วต่างหาก
เธอไม่ได้ชอบผู้ชายที่ชื่อลู่เจิงหรานอะไรนั่นเลยสักนิด
ใช่แล้ว เธอไม่ใช่เวินจืออวี่ตัวจริง
เธอมาจากยุควันสิ้นโลก แล้วทะลุเข้ามาในนิยายเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นนิยายแม่เลี้ยงยุคเก่า เวินจืออวี่ตัวจริงถูกสับเปลี่ยนตัวตั้งแต่เด็ก กระทั่งอายุ 14 ปี คุณปู่เวินจึงตามเบาะแสจนพบตัว หลังกลับมาแล้วเวินจืออวี่ตัวจริงก็เป็นคนขี้ขลาดหวาดกลัว แตกต่างจากหลินเยว่เยว่ราวฟ้ากับเหว
แต่เจ้าของร่างเดิมหน้าตาสะสวย และหมั้นหมายกับพระเอกอย่างลู่เจิงหรานเอาไว้ ลู่เจิงหรานตกหลุมรักเจ้าของร่างตั้งแต่แรกเห็น ต่อมาก็แต่งงานกับเธอ ทว่าเจ้าของร่างถูกทารุณตั้งแต่ยังเด็กตอนอยู่ชนบท สุขภาพย่ำแย่ถึงขีดสุด หลังให้กำเนิดลูกแฝดสามแก่พระเอกลู่เจิงหราน เธอก็สิ้นใจ
สามปีหลังเจ้าของร่างตาย ลู่เจิงหรานกับนางเอกหลินเยว่เยว่ก็ลงเอยกัน ส่วนนางเอกก็เริ่มชีวิตอบรมสามีเลี้ยงลูก ค่อย ๆ ทำให้พระเอกลู่เจิงหรานใจอ่อนลง ทั้งสองคนใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสุขสำราญไร้ยางอาย
ส่วนทรัพย์สินที่คุณปู่ของเจ้าของร่างทิ้งไว้ให้ กลับถูกพ่อแม่สารเลวของเธอยกให้หลินเยว่เยว่ทั้งหมด หลังหลินเยว่เยว่ได้อยู่กับพระเอก เธอก็มีลูกอีกสองคน แถมยังเก่งกาจมาก ลูกทั้งสามของอดีตภรรยาที่เป็นตัวประกอบจึงกลายเป็นตัวเปรียบเทียบกับลูกสองคนของหลินเยว่เยว่ ทุกครั้งที่ลูกของหลินเยว่เยว่ประสบความสำเร็จ ผู้เขียนก็จะลากลูก ๆ ของอดีตภรรยาที่เป็นตัวประกอบออกมาให้คนเหยียบย่ำอยู่เสมอ!
ตั้งแต่ต้นจนจบ คุณค่าของเจ้าของร่างเดิมมีเพียงอย่างเดียว คือทำให้นางเอกได้เป็นแม่เลี้ยงที่เลี้ยงลูก!
ตอนนั้นเวินจืออวี่ที่มองเห็นตัวประกอบคนนี้มีชื่อเหมือนตัวเองโกรธจนแทบคลั่ง นี่มันยุควันสิ้นโลกแล้วแท้ ๆ ยังมีคนเขียนนิยายปัญญาอ่อนแบบนี้อีกเหรอ? เธอสงสัยอย่างหนักว่าคู่แข่งของตัวเองเป็นคนเขียน สมองไม่ถูกซอมบี้กินจนเกลี้ยงคงเขียนนิยายห่วยแตกแบบนี้ไม่ออกหรอก!
สิ่งที่เวินจืออวี่ไม่คาดคิดยิ่งกว่าคือ หลังจากเธอกับศัตรูตายตกไปด้วยกัน เธอกลับทะลุเข้ามาในนิยายปัญญาอ่อนเรื่องนี้
ชาติที่แล้วเธอเกิดในยุควันสิ้นโลก การฆ่าคนง่ายพอ ๆ กับกินข้าว แถมยังมีพลังพิเศษสายฟ้า แต่หลังทะลุมิติมา พลังกลับอ่อนลงจนแทบไม่ต่างจากไม่มี แรงทำลายยังน้อยกว่าไฟฟ้าสถิตเสียอีก
เรื่องนี้ทำให้
เวินจืออวี่จนปัญญา
ตอนที่เธอทะลุมิติมา เจ้าของร่างเดิมยังทนทุกข์อยู่กับแม่บุญธรรมในชนบท
ต้องทำงานบ้านทุกอย่างอยู่คนเดียว
ผอมอย่างที่คุณปู่เวินพูดไว้จริง ๆ ราวกับเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก
ทั้งตัวแทบไม่มีเนื้อสักสองตำลึง
แม่บุญธรรมคิดจะขายเธอให้คนขายเนื้อแก่ ๆ ที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน เพื่อเอาสินสอดมาแลกเงิน ดังนั้นตอนแม่บุญธรรมขึ้นเขาไปเก็บน้ำผึ้ง เธอจึงถีบอีกฝ่ายตกลงไป พอชาวบ้านไปพบ ร่างก็เละจนจำแทบไม่ได้ แม้แต่ใบหน้าก็มองไม่ออก
พ่อบุญธรรมก็ไม่ใช่คนดีอะไร พอเห็นเวินจืออวี่โตขึ้นและหน้าตาสะสวย ก็เกิดความคิดชั่วร้าย
เวินจืออวี่วางยาเฉพาะให้พ่อบุญธรรม จนเขาไปตายอยู่บนเตียงของหญิงม่ายแซ่หวัง
ส่วนพี่ชายบุญธรรมล่ะ?
จัดการง่ายยิ่งกว่า
เดิมทีพี่ชายบุญธรรมก็เป็นนักเลงข้างถนนชื่อดังของหมู่บ้านอยู่แล้ว
เธอวางแผนเล็กน้อย เขาก็ติดการพนันทันที
