“อ๊า—” หลี่เวยครางอย่างไม่ยอมแพ้ ตอนนี้เธออยากรู้เรื่องราวต่อจากนี้จนแทบอยู่ไม่สุข จะมาตัดจบกันตอนนี้ได้ยังไง?
คนที่เวิงเฟยเห็นเป็นใครกันแน่?
เป็นเพื่อนสนิทสมัยสาวของเธอจริง ๆ เหรอ?
“เสี่ยวหลี่ เป็นอะไรไป? อ่านจนจะอ้วกอีกแล้วเหรอ?” บรรณาธิการอาวุโสหลี่ชิงโจวที่นั่งโต๊ะฝั่งตรงข้ามดันแว่นสายตายาวบนสันจมูก ก่อนจะยิ้มแล้วพูดว่า “ถ้าอ่านไม่ไหวจริง ๆ ก็แบ่งมาให้ฉันสักหน่อยสิ ฉันอ่านต้นฉบับแบบนี้มาหลายปีจนชินแล้ว”
หลี่เวยเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ร้องครวญครางอีกหลายครั้ง “เหล่าหลี่ ฉันไม่ได้อ่านจนจะอ้วกนะ ฉันอ่านจบแล้ว! ทำไมฉันถึงอ่านจบแล้วล่ะ!”
ท่าทางนั้นทำให้หลี่ชิงโจวถึงกับงุนงง
ฟังจากน้ำเสียงของหลี่เวยแล้ว เธอคงเจอต้นฉบับดี ๆ เข้าใช่ไหม?
ก็ไม่แปลกที่พวกเขาจะมีปฏิกิริยาแบบนี้
นับตั้งแต่นิตยสารนิยายรายเดือนเริ่มวางจำหน่าย ประกอบกับการกลับมาจัดสอบเข้ามหาวิทยาลัย บรรดานักศึกษาทั่วประเทศต่างกระตือรือร้นกันมาก
ไม่สิ ไม่ได้มีแค่นักศึกษาเท่านั้น
ยังมีปัญญาชนไม่น้อยที่กลับเข้าทำงานด้วย
ความกระตือรือร้นนั้นมาพร้อมกับต้นฉบับที่คุณภาพแตกต่างกันลิบลับ
บางส่วนเขียนได้ดีมาก แต่ไม่เหมาะกับนิตยสารนิยายรายเดือน บรรณาธิการผู้รับผิดชอบก็จะใส่คำแนะนำเกี่ยวกับแหล่งตีพิมพ์ที่เหมาะสมไว้ในต้นฉบับที่ส่งคืนอย่างเอาใจใส่
ส่วนอีกพวกหนึ่งก็ไม่ใช้ถ้อยคำฟุ่มเฟือยหรูหราแต่ไร้สาระไปทั้งเรื่อง ก็เขียนแต่คำตัดพ้อ ทำท่าเหมือนกำลังแต่งนิยาย แต่แท้จริงแล้วกลับบ่นสังคมและเรื่องราวในอดีตทุกอย่าง
แบบแรกอ่านแล้วเหนื่อยใจ ส่วนแบบหลังยิ่งอ่านยิ่งเหนื่อยใจ