อวี๋หว่านกลับมาถึงเมืองเอกของมณฑลอย่างลำพองใจ
ลังเลอยู่หลายครั้ง สุดท้ายก็ไม่ได้ไปที่สำนักงานการคลังเพื่อดูเรื่องสนุกของอวี๋ชิ่งเหนียน
อวี๋ชิ่งเหนียนเพิ่งย้ายมาทำงานพลเรือนได้แค่ 2 ปี
ถึงตอนนี้จะไม่ต้องฝึกฝนแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าความสามารถทั้งหมดของเขาจะหายไปจนหมดสิ้น
อวี๋หว่านไม่อยากเสี่ยงท้าทายดูว่า ทหารเก่าที่ฝึกมาหลายปีจะจับเด็กสาววัยสิบกว่าปีได้หรือเปล่า
แต่พอเธอแสดงเรื่องที่เกิดขึ้นในคอมมูนให้เถียนชิวเหลียนกับอวี๋ซีดูอย่างออกรสออกชาติ อวี๋ซีก็หัวเราะจนแทบตกจากเก้าอี้
“พี่ ทำไมไม่เรียกหนูไปด้วยล่ะ หนูก็อยากเห็นป้าใหญ่ตบปากคุณปู่เหมือนกัน…”
อวี๋ซียังพูดไม่ทันจบ เถียนชิวเหลียนก็รีบปิดปากเธอไว้
ถึงเถียนชิวเหลียนจะยังกลั้นหัวเราะอยู่ แต่ก็แทบจะกลั้นไม่ไหวแล้ว
ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังเตือนอวี๋ซี “คนพวกนั้นจะเป็นยังไง แม่ไม่สนหรอก แต่พวกเธอก็ต้องมีมารยาทพื้นฐาน อย่างน้อยก็อย่าพูดถึงการเห็นคุณปู่ตัวเองถูกตบปากด้วยท่าทางตื่นเต้นขนาดนั้น”
อวี๋หว่านที่อยู่ข้าง ๆ หลุดหัวเราะพรืด “แม่ ถ้าแม่ไม่พูดก็ยังดี พอพูดแล้วกลับยิ่งตลกกว่าเดิมอีก”
อวี๋ซีหัวเราะจนตัวโงนเงนอยู่ข้าง ๆ
พูดได้เลยว่านี่เป็นเรื่องที่ทำให้พวกเธอมีความสุขที่สุดในช่วงนี้
“กำลังอารมณ์ดี ไปกินข้าวนอกบ้านกันอีกไหม!” อวี๋ซียกมือขึ้น ดวงตากลอกไปมา
ถ้าเป็นวันอื่น อวี๋ซีคงไม่พูดถึงเรื่องนี้แน่
แต่วันนี้มีความสุขขนาดนี้ ถ้าไม่ออกไปกินข้าวก็คงไม่สมกับที่คุณปู่อวี๋โดนตบปาก
เธอหัวเราะคิกคัก ก่อนจะพูดเสียงเบา “ฉลองที่พวกเขาโดนตบกันหมดเลย!”