อวี๋หว่านกับเถียนชิวเหลียนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเข้าไปหาอวี๋ซีและบอกให้พาโจวซุ่ยเข้าไปในห้องก่อน
ข้างนอกกำลังตีกัน แถมยังมีเศษถ้วยชามกับเศษกระจกแตกกระจายอยู่เต็มไปหมด ให้เด็กออกไปจากตรงนี้ก่อนค่อยว่ากัน
ไม่ใช่แค่โจวซุ่ยที่ต้องไป อวี๋หว่านยังบอกให้โจวหลานอุ้มเสี่ยวซานตามไปด้วย
“ห้ามไป!” ชายคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ ตวาดขึ้นมาอย่างกะทันหัน “ฉันอยากเห็นนักว่าใครกล้าอุ้มเด็กไม่มีพ่อแม่คนนี้ไป!”
เด็กไม่มีพ่อแม่งั้นเหรอ?
อวี๋หว่านกำลังสงสัยอยู่ พอดีเส้าเหมยเจวียนที่อยู่ข้าง ๆ ก็แผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว “พวกคุณ! ออกไป! ออกไปให้หมด!”
ในกลุ่มคนเหล่านั้น หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งหัวเราะเยาะแล้วตะโกนขึ้นมา “มาดูเร็ว! ทุกคนมาดูกัน! นี่ไง พูดแทงใจดำเข้าแล้วใช่ไหมล่ะ? น้องชายฉันยังหนุ่มยังแน่นก็ตายไปแล้ว ผู้หญิงคนนี้พูดว่าเด็กในท้องเป็นลูกที่เกิดมาหลังพ่อเสีย ก็ต้องเป็นอย่างนั้นจริง ๆ งั้นเหรอ? น้องชายฉันตายไปแล้วท้องเธอถึงเพิ่งโต ใครจะรู้ว่าเป็นลูกน้องชายฉันหรือเปล่า? ตอนนี้ยังจะพาเด็กไม่มีพ่อแม่มาอยู่บ้านน้องชายฉัน แถมยังได้เงินชดเชยไปตั้งมากมาย หน้าด้านจริง ๆ!”
พูดจบ หญิงคนนั้นก็จะเดินเข้าไปกระชากโจวหลาน “เสี่ยวเฮ่อ เธอต่างหากที่เป็นลูกชายที่ครอบครัวเรายอมรับอย่างถูกต้อง อย่าไปคลุกคลีกับเด็กไม่มีพ่อแม่แบบนี้!”
แรงของเธอมากจนโจวหลานเกือบเซถลา
อวี๋หว่านเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปพยุงโจวหลาน ออกแรงดึงเขามาทางตัวเอง ก่อนจะดันหลังเขาเบา ๆ “รีบเข้าไปในห้องก่อน อย่างน้อยก็เอาเสี่ยวซานไปวางให้เรียบร้อย”
โจวหลานเพิ่งอายุสิบกว่าปี เวลานี้ใบหน้าขาวซีดเพราะตกใจ