นี่มันไม่ใช่น้ำท่วมวัดพญามังกร คนกันเองกลับลงไม้ลงมือกันเองหรอกหรือ?
“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?” อู๋ซู่เซิงงุนงงไปหมด
“ไม่มีอะไรค่ะ” อวี๋หว่านรู้ดีว่า ทางคอมมูนคงไม่รู้เรื่องเบื้องลึกเบื้องหลัง
ตอนแรกอวี๋ชิ่งเหนียนไปกองพลเถี่ยเหอเพื่อเอาเอกสารไปประทับตรา เรื่องแบบนี้ไม่มีทางปิดบังคนในครอบครัวได้ เขาจึงเล่าให้ฟัง
แต่ทางคอมมูนรู้แค่ว่าอวี๋ชิ่งเหนียนไปเอาเอกสารและประทับตรา ไม่รู้ว่าเขาเอาเอกสารพวกนั้นไปแต่งงานกับใคร
เรื่องแต่งเมียคนหนึ่งไว้ที่บ้าน แล้วไปแต่งอีกคนข้างนอกแบบนี้ ในช่วงทศวรรษ 1960 ถึง 1970 ยังถือว่าพบได้น้อยมาก
ทศวรรษ 1950 ยังพอมีอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเพราะเหตุผลทางประวัติศาสตร์
ทศวรรษ 1960 ยังกล้าทำแบบนี้ ถือว่าใจกล้าเกินคนจริง ๆ
เพราะอย่างนั้น ทางคอมมูนจึงเข้าใจไปเองว่าอวี๋ชิ่งเหนียนเอาเอกสารไปเพื่อจดทะเบียนสมรสกับเถียนชิวเหลียน
ส่วนคนที่เป็นคู่สมรสในทะเบียนของอวี๋ชิ่งเหนียนจะเป็นเถียนชิวเหลียนหรือเว่ยหรูจวิน พวกเขาจะไปรู้ได้อย่างไร!
อู๋ซู่เซิงเห็นอวี๋หว่านยืนกราน อีกทั้งเงินสองพันหยวนก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก
เขาไปดูสภาพบ้านตระกูลเถียนที่ถูกไฟไหม้มาแล้ว
เห็นทั้งผ้าห่มที่ไหม้เกรียม โครงเตียง และเสบียงในครัว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าบ้านของตระกูลเถียนสร้างไว้อย่างดี
ไม่อย่างนั้นตอนนั้นอวี๋ชิ่งเหนียนคงไม่ย้ายไปอยู่บ้านตระกูลเถียนหลังแต่งงาน
อู๋ซู่เซิงเคยได้ยินมาว่า ตอนเถียนชิวเหลียนแต่งงานกับอวี๋ชิ่งเหนียน ผู้เฒ่าทั้งสองของตระกูลอวี๋ยังเคยคิดจะย้ายไปอยู่บ้านตระกูลเถียนด้วยกันเลย