กระแสตอบรับของฉบับแรกดีมาก ส่วนฉบับที่สองยิ่งคึกคักกว่าเดิม
นับตั้งแต่เรื่องคดีฆาตกรรมเรือควีนแมรีเริ่มตีพิมพ์เป็นตอน จดหมายที่ส่งถึงเค่อแห่งพู่กันก็ทยอยส่งไปยังกองบรรณาธิการนิตยสารนิยายรายเดือน อย่างน้อยวันละสองฉบับ
สัปดาห์แรก บรรณาธิการหลี่เวยเพียงแค่สละลิ้นชักของตัวเองหนึ่งช่องไว้ใส่จดหมายเหล่านั้น
พอถึงสัปดาห์ที่สอง หลี่เวยก็ไปขอถังน้ำจากฝ่ายพัสดุ
สัปดาห์ที่สาม หลี่เวยถึงกับไปหาบรรณาธิการใหญ่ อวี้จู๋ เพื่อขอตะกร้าขยะใบใหม่เอี่ยม
สมัยนั้นตะกร้าขยะล้วนสานจากไม้ไผ่ เป็นตะกร้าใบใหญ่
พอเรื่องลงตีพิมพ์เป็นตอนที่สอง ตะกร้าก็เต็มเสียแล้ว
กระแสตอบรับของตอนที่สองร้อนแรงจนจดหมายที่ส่งถึงเค่อแห่งพู่กันเพิ่มจากวันละอย่างน้อยสองฉบับเป็นอย่างน้อยสิบฉบับ
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่ทำการไปรษณีย์ถึงกับคัดจดหมายส่วนหนึ่งที่ส่งถึงเค่อแห่งพู่กันออกมาต่างหาก ใส่ห่อหนึ่งแล้วส่งตรงมาที่กองบรรณาธิการ
“โห!” หลี่ชิงโจวมองห่อพัสดุกับตะกร้าไม้ไผ่ที่วางอยู่ข้างหลี่เวย แล้วอดพูดไม่ได้ว่า “นี่มันอะไรกันเนี่ย เสี่ยวหลี่ ถ้าไม่รู้คงนึกว่าเธอกำลังจะหนีภัยแล้ง!”
ช่วงนี้หลี่เวยกลายเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดในกองบรรณาธิการไปแล้ว
นับตั้งแต่นิตยสารนิยายรายเดือนวางแผงมา นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับจดหมายจากผู้อ่านมากมายขนาดนี้
จดหมายมาจากทั่วทุกสารทิศ มีที่อยู่สารพัดแห่ง
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการพูดคุยถกเถียงเรื่องคดีฆาตกรรมเรือควีนแมรีกันในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง
ทางจินเหมินเองก็มีโรงเรียนหลายแห่งหยิบเรื่องนี้มาคุยกัน แถมยังมีนักศึกษาบางคนตามมาถึงกองบรรณาธิการ พูดชมเสียยกใหญ่ เพียงเพื่อจะได้รู้เรื่องราวตอนต่อไป