ความจริงพิสูจน์แล้วว่า เถียนชิวเหลียนไม่ได้รังเกียจเลยแม้แต่น้อย แถมยังตื่นเต้นมากจนอยากไปดูถนนซิ่งฝูตั้งแต่วันนั้น
แม้ที่บ้านจะพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง
แต่เถียนชิวเหลียนไม่เคยเป็นคนที่เอาแต่นั่งกินนอนกินจนสมบัติร่อยหรอ
ที่จริงช่วงหลายวันที่อวี๋หว่านไม่อยู่ เถียนชิวเหลียนก็รับงานเย็บปะชุนมาทำอยู่บ้าง
บ้านนี้ให้ไข่มาฟองหนึ่ง บ้านนั้นให้ผักมาหนึ่งกำ
อย่างไรก็แค่ปะไม่กี่จุด แก้ไม่นานก็เสร็จ
ยิ่งไปกว่านั้น เถียนชิวเหลียนเคยร่ำเรียนฝีมือกับแม่ซึ่งเป็นช่างปักผ้าอย่างจริงจัง
ไม่เพียงปักลายดอกไม้เป็น แม้แต่การเย็บปะเสื้อผ้า เธอก็รู้จักฝีเข็มอยู่หลายแบบ
บริเวณที่ขาดไม่ใหญ่นัก เถียนชิวเหลียนเย็บจนแทบมองไม่เห็นรอยได้
ถ้าเป็นรอยใหญ่หน่อย เธอก็เสนอวิธีปักลายมาบดบังได้ แต่แบบนั้นคงไม่ใช่สิ่งที่แลกได้ด้วยผักหนึ่งกำกับไข่หนึ่งฟองแน่
“ใช้จักรเย็บผ้าทำเสื้อผ้าได้เร็วมาก แม่ไม่ได้แค่เย็บปะเป็นนะ ยังตัดเย็บเป็นด้วย ตอนนั้นอาจารย์ของยายเก่งมากเลย ได้ยินยายเล่าว่า สมัยก่อนเขาเป็นหัวหน้าห้องเย็บปักของบ้านผู้ว่าการอะไรสักคน คอยทำเสื้อผ้าให้พวกคุณนายกับคุณหนู งานทำเสื้อผ้าปักลายเขาทำได้หมด!”
ทุกครั้งที่พูดถึงแม่ น้ำเสียงของเถียนชิวเหลียนก็เต็มไปด้วยความคิดถึงจนปิดไม่มิด
ช่วงนี้เธอเองก็รู้สึกแย่ไม่น้อย
เธอรู้สึกอยู่ตลอดว่า นับตั้งแต่พ่อแม่จากไป คนที่พบเจอล้วนเป็นคนไม่ดี
ราวกับว่าหลังจากคนสองคนที่รักและทะนุถนอมเธอที่สุดจากไป เธอก็กลายเป็นคนโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งจริง ๆ
ถ้าไม่ได้มีลูกสาวสองคนอยู่เคียงข้าง ตอนที่รู้ข่าวว่าอวี๋ชิ่งเหนียนกับคนมากมายในกองพลเถี่ยเหอหลอกเธอมานานกว่าสิบปี เถียนชิวเหลียนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะยังยืนหยัดต่อไปไหวหรือไม่