“หยุดแล้วเหรอ? หยุดได้ยังไงกัน!”
จางต๋าฟาร้อนใจ ความรู้สึกนั้นเหมือนกำลังมองประตูเหมืองทองค่อย ๆ ปิดลงต่อหน้าต่อตา
“ออเดอร์ร้อยรายการขายหมดแล้วเหรอ?” ภรรยายังตั้งสติไม่ทัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกเหมือนฝันไป “พี่จาง กองของเก่า ๆ ของเรา... เอ่อ ไม่ใช่สิ เสื้อยืดกองนั้น ขายออกจริง ๆ เหรอ?”
“ไม่ใช่แค่ขายออกนะ”
จางต๋าฟาเปิดรายละเอียดออเดอร์หนึ่งขึ้นมา แล้วชี้ไปยังสินค้าที่เกี่ยวข้องด้านล่าง “ดูสิ คนนี้ไม่ใช่แค่ซื้อเสื้อยืด ยังหยิบกางเกงไปด้วยตัวหนึ่ง แถมถุงเท้าอีกสองคู่! ปกติถุงเท้าพวกนี้แขวนไว้ตั้งเดือนยังขายไม่ได้สักคู่!”
นี่แหละอิทธิฤทธิ์ของยอดเข้าชม
นี่แหละความน่ากลัวของการแนะนำสินค้าได้ตรงกลุ่ม
เวลาผู้ชายตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าสักชิ้น กระเป๋าสตางค์ของเขามักเปิดกว้าง โดยเฉพาะเมื่อระบบ “เอาใจใส่” บอกว่าถุงเท้าคู่นี้เข้ากับเสื้อผ้าชิ้นนั้นมากแค่ไหน
จางต๋าฟาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ รู้สึกได้ว่าหัวใจยังเต้นรัวไม่หยุด
เขาหันไปมองกล่องกระดาษที่กองพะเนินเป็นภูเขา แววตาเปลี่ยนไป
มันไม่ใช่ขยะเกะกะที่อีกต่อไปแล้ว แต่มันคือเงิน
“ที่รัก ไม่ต้องล้างจานแล้ว”
จางต๋าฟาจุดบุหรี่ มือยังสั่นน้อย ๆ แต่ดวงตากลับเป็นประกายกว่าครั้งไหน ๆ “ไปเรียกน้องเมียมา คืนนี้เราจะห่อของกันทั้งคืน แล้วก็ไปยืมเทปกาวบ้านหวังข้าง ๆ มาทั้งหมดเลย ของเรามีไม่พอแน่”
“แล้ว... โฆษณานั่นยังจะเปิดอยู่ไหม?” ภรรยาถามอย่างระมัดระวัง
จางต๋าฟาสูดบุหรี่เข้าไปเต็มปอด ควันลอยคลุ้ง ก่อนเขาจะเผยรอยยิ้มที่ทั้งดุดันทั้งยินดีออกมา
