“แต่การจะคว้าสามข้อนี้มาให้ได้ เราต้องลงแรงกันอีกมาก”
“ตงจื่อ ฉันคิดดูดี ๆ แล้ว อาศัยแค่เราสองคนไม่ไหวแน่”
“นายดูแลด้านเทคนิคกับทิศทาง ส่วนฉันดูแลการดำเนินงานกับการโปรโมต แต่เรามีแค่สองมือกับสองหัว”
“เซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ต้องมีคนดูแลใช่ไหม? ต้องใช้คนหรือเปล่า? เนื้อหาต้องมีคนตรวจใช่ไหม? ต้องใช้คนหรือเปล่า? ต้องไปเจรจากับเครือข่ายโฆษณาใช่ไหม? ต้องใช้คนหรือเปล่า? ต่อไปพอผู้ใช้เยอะขึ้น ก็ต้องทำชุมชนออนไลน์ ต้องจัดกิจกรรม ทั้งหมดนี้ต้องใช้คน!”
เขาพูดรวดเดียวเป็นชุดยาว ใบหน้าเริ่มแดงก่ำ
“คนเก่งยังต้องมีคนช่วย รั้วไม้ไผ่ยังต้องมีหลักค้ำ ตอนนี้เราสองคนก็เหมือนแม่ทัพไร้พล มีภูเขาทองอยู่ตรงหน้า แต่ไม่มีเครื่องมือจะขุด!”
“แล้วไงต่อ?” ในที่สุดเซี่ยตงก็เอ่ยขึ้น น้ำเสียงสงบนิ่ง
หวังเผิงเฟยสูดหายใจลึก ก่อนพูดข้อสรุปที่เขาครุ่นคิดมาสองวันสองคืน
“เพราะงั้น เราต้องดึงคนมีความสามารถเข้ามาเพิ่ม คนเก่งตัวจริง!”
“ฉันคิดมาแล้ว เราต้องตั้งบริษัท แล้วฉันจะลดสัดส่วนหุ้นของตัวเอง”
แววตาของเซี่ยตงไหววูบเล็กน้อย
เขามองหวังเผิงเฟย รอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ
“ตอนนั้นเราตกลงกันไว้ว่า นายเจ็ด ฉันสาม”
หวังเผิงเฟยชูสามนิ้วขึ้นมา ก่อนจะหุบลง
“แต่ 30% นี่มันเยอะเกินไป”
“ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันเอาแค่ 5%”
คิ้วของเซี่ยตงขมวดเข้าหากันเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น
“ส่วนอีก 25%” ดวงตาของหวังเผิงเฟยเปล่งประกายวาวโรจน์แทบคลุ้มคลั่ง “แบ่งออกไป!”
“เอาหุ้นพวกนี้ไปหาเงินทุน หรือไม่ก็จัดตั้งกองหุ้นจูงใจพนักงาน ดึงพวกยอดฝีมือด้านเทคนิค เทพด้านการดำเนินงาน แล้วก็อัจฉริยะด้านการโปรโมตเข้ามา!”
