นอกจากนี้ ยังต้องทดสอบก่อนว่าเวลาในมิติไหลผ่านไปเร็วแค่ไหน จะได้รู้ว่าควรกักตุนเสบียงอะไรบ้าง
เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวูบออกจากมิติไปหยิบไอศกรีมแท่ง 4 แท่งจากตู้เย็น แล้วนำไปวางไว้ที่ชั้น 1 ชั้น 2 ทางเดิน และบนผืนดินสีดำในลานบ้าน เพื่อรอดูว่าผ่านไป 1 ชั่วโมงแล้วจะละลายไปแค่ไหน
เมื่อออกจากมิติ เธอก็ย่องเบาไปดูที่หน้าห้องนอน เสี่ยวโม่โม่กำลังกอดยูนิคอร์นสีรุ้งนอนหลับสนิท แหงนหน้าเผยแก้มกลมตุ้ยนุ้ย ดูคล้ายชินจังในการ์ตูนไม่มีผิด
เสิ่นหว่านนั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์ กินแตงโมไปพลางเขียนรายการของที่ต้องกักตุนต่อไป ทั้งยานพาหนะ อุปกรณ์ป้องกันตัว เวชภัณฑ์ ของใช้ในชีวิตประจำวัน ข้าว แป้ง น้ำมัน และอื่น ๆ...
ของบางอย่างเธอตั้งใจจะซื้อจากเว็บไซต์ชอปปิง เพราะสั่งซื้อสะดวก ส่วนของที่ต้องซื้อคราวละมาก ๆ คงต้องไปหาซื้อที่ตลาด
เธอเข้าแพลตฟอร์มชอปปิงแห่งหนึ่ง สั่งชุดเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหว 5 ชุด ภายในมีทั้งเชือกกู้ภัย ไฟฉาย พลั่วช่างทหาร และอื่น ๆ จากนั้นก็ซื้อเต็นท์ควบคุมอุณหภูมิ 10 หลัง มีดทหาร 10 เล่ม และขวานค้อนอเนกประสงค์ 10 อันจากร้านเดียวกัน หมดเงินไปเกือบ 6,000 หยวน
ตอนนี้หาอาวุธไม่ค่อยได้ จึงทำได้แค่เลือกกักตุนมีดขนาดเล็กไปก่อน เผื่อภายหลังจะมีโอกาสซื้อดาบยาวอะไรทำนองนั้น
ภัยพิบัติระลอกแรกคือฝนตกหนัก จากประสบการณ์ที่เคยเจอมา เสิ่นหว่านรู้ดีว่าต้องใช้สิ่งของอะไรบ้างอย่างเร่งด่วน
เรือยางกันมีดและกันแทง 5 ลำ ชุดกันน้ำ 10 ชุด ชุดดำน้ำ 10 ชุด ถังออกซิเจน 10 ถัง ชุดป้องกันทางการแพทย์ 100 ชุด และแว่นตากันฝ้า 100 อัน
เธอยังซื้อเรือยางติดเครื่องยนต์ดีเซลอีก 2 ลำ เลือกแบบสเปกสูงสุด ผนังหนาพิเศษกันแทง และสูบลมได้ภายใน 20 วินาที จากนั้นซื้อแบตเตอรี่กับมอเตอร์ไฟฟ้าแยกต่างหาก แบบนี้เรือก็ใช้ได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า
วันที่ 3 ของฝนตกหนัก ไฟฟ้าทั้งเมืองจะดับ เสิ่นหว่านจึงสั่งเทียนเล่มใหญ่ 200 เล่ม โคมไฟชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ 20 ดวง ผ้าใบกันน้ำขนาดใหญ่ 20 ผืน และกระเป๋ากันน้ำขนาดใหญ่มาก 10 ใบ สุดท้ายยอดรวมเกือบ 30,000 หยวน
ภัยพิบัติระลอกที่สองคือความหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุดลดลงถึง -52 องศาเซลเซียส ชาติก่อนเสิ่นหว่านเอาผ้าห่มทุกผืนมาห่อตัวแล้วก็ยังหนาวจนรู้สึกเหมือนกระดูกจะแข็ง
เธอหาร้านขายชุดชั้นในกันหนาวเทคโนโลยีสูงจากแพลตฟอร์มชอปปิง ร้านโฆษณาว่าทนต่ออากาศหนาวต่ำกว่าศูนย์ได้ยี่สิบกว่าองศา เธอจึงรีบสั่งทันที ทั้งขนาดผู้ใหญ่และเด็กอย่างละ 10 ชุด
ผ้านวมขนเป็ดกับผ้าห่มนวมหนาพิเศษอย่างละ 5 ผืน ชุดเครื่องนอนบุขน 4 ชิ้น 10 ชุด ทางร้านยังแถมปลอกหมอนมาให้หลายคู่ เธอรู้ดีว่าอาศัยแค่ผ้าห่มคงกันหนาวไม่ไหว ถึงตอนนั้นคงต้องดัดแปลงห้องนอนกับเตียงสักหน่อย
ชุดเสื้อขนเป็ดหนาพิเศษและกางเกงขนเป็ดขนาดต่าง ๆ อย่างละ 10 ชุด ส่วนของเสิ่นโม่โม่ซื้อเผื่อไว้หลายขนาด ชุดนอนขนนุ่มขนาดต่าง ๆ อย่างละ 5 ชุด และเสื้อคลุมทหารไซซ์ใหญ่พิเศษ 10 ตัว แบบนี้จะได้อุ้มโม่โม่ไว้ในอ้อมแขนแล้วห่อตัวเขาได้มิด
หมวกกันหนาวรัสเซียกับผ้าพันคอขนาดต่าง ๆ อย่างละ 10 ชุด หน้ากากหนาพิเศษ ถุงมือ และแว่นกันลมขนาดต่าง ๆ อย่างละ 10 ชุด เธอยังซื้อรองเท้าบูตกันน้ำสำหรับลุยหิมะบุหนาพิเศษมาอีกสิบกว่าคู่ รวมถึงชุดชั้นในกันหนาว เสื้อไหมพรมบุขน และกางเกงบุขนอีกสิบกว่าชุด
เสื้อผ้าสำหรับฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ขนาดต่าง ๆ อย่างละ 50 ชุด ทุกชุดเป็นโทนสีเทากับดำ ดูเรียบ ๆ และปลอดภัย เมื่อรวมกับเสื้อผ้าที่มีอยู่ที่บ้านก็น่าจะพอแล้ว อ้อ ยังมีกางเกงในกับถุงเท้าอย่างละ 100 กล่อง และกางเกงในแบบใช้แล้วทิ้งอีก 1,000 กล่อง
คิดแล้วเธอก็เพิ่มกระเป๋าน้ำร้อน กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า และแบตเตอรี่สำรองอย่างละ 20 ชิ้น เครื่องทำความร้อนแบบเป่าลมกับเครื่องทำความร้อนแบบใช้น้ำมันอย่างละ 20 เครื่อง และผ้าห่มไฟฟ้า 5 ผืน ถุงให้ความร้อนซื้อมา 10 ลัง รวม 10,000 แผ่น ส่วนแผ่นให้ความร้อนติดฝ่าเท้าอีก 1,000 แผ่น รวมแล้วเสียเงินไปกว่า 70,000 หยวน
เมื่อนึกถึงเรื่องพลังงาน เสิ่นหว่านจึงลองค้นหาในอินเทอร์เน็ต ไม่คิดเลยว่าจะมีร้านขายแผงโซลาร์เซลล์กับแบตเตอรี่สำรองด้วย ตอนแรกเธอยังกังวลว่าจะไปหาซื้อที่ไหน ต้องขอบคุณความสะดวกของการชอปปิงออนไลน์จริง ๆ
หลังเปรียบเทียบร้านอยู่หลายแห่ง เธอเลือกแผงโซลาร์เซลล์สำหรับชาร์จไฟ กว้างครึ่งเมตร ยาว 1 เมตร จำนวน 10 แผง ขนาดนี้วางชาร์จไฟข้างหน้าต่างได้โดยไม่สะดุดตา ในวันสิ้นโลก การไม่เป็นจุดสนใจคือกฎเอาตัวรอดที่ดีที่สุด
เธอเลือกแบตเตอรี่สำรองอีก 5 ลูก แต่จ่ายไฟได้แค่เครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังต่ำ หรือใช้ชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ของสองอย่างนี้รวมกันก็เกือบ 10,000 หยวนแล้ว
ยังต้องหาทางแก้ปัญหาเรื่องทำอาหารด้วย ก๊าซธรรมชาติไม่ต้องหวัง ส่วนก๊าซหุงต้มก็จำกัดการซื้อ คงเหลือแค่เตาแอลกอฮอล์หรือถ่านหิน
ของพวกนี้หาซื้อทางออนไลน์ไม่สะดวก ค่าขนส่งแพงเกินไป ไว้มีเวลาค่อยไปซื้อส่งที่ตลาด
ภัยพิบัติระลอกที่สามของวันสิ้นโลกคือความร้อนจัด เสิ่นหว่านพยายามนึกย้อนว่าในตอนนั้นมีอะไรที่จำเป็นที่สุดบ้าง
เสื่อไม้ไผ่ 5 ชุด เสื่อเย็นที่บ้านทำจากเส้นใยน้ำแข็ง นอนไม่เย็นเท่าเสื่อไม้ไผ่ พัดลมไอเย็น 20 เครื่อง ส่วนเครื่องทำน้ำแข็งไม่จำเป็น พอถึงช่วงหนาวจัด แค่วางไว้นอกบ้านก็แข็งเป็นก้อนน้ำแข็งได้แล้ว
พัดลมไฟฟ้าขนาดเล็กเอามา 1 ลัง ชาร์จไฟแล้วสลับกันใช้ แผ่นกันความร้อน 20 แผ่น ม่านกันความร้อน 5 ชุด และฟิล์มกันความเย็นกับความร้อน 20 ม้วน
เสื้อกันแดดขนาดต่าง ๆ อย่างละ 20 ตัว ครีมกันแดดระดับสูงสุด 200 หลอด ชาติก่อนอุณหภูมิกลางแจ้งสูงสุดแตะ 60 องศาเซลเซียส ผิวหนังที่ถูกแสงแดดเผาเพียงไม่กี่วินาทีก็ไหม้ได้
ในสภาพอากาศร้อนจัด แมลงยุงแพร่พันธุ์กันชุกชุม ซากศพนานาชนิดเน่าเปื่อยหมักหมมและเพาะเชื้อโรค เธอจึงเพิ่มหน้ากากกรองพิษ 10 ชุด หน้ากากอนามัย 10,000 ชิ้น และน้ำยาฆ่าเชื้อ 10 ลัง
มุ้งลวดนาโน 10 ม้วน ม่านกันยุง 10 ผืน รวมถึงยาฆ่าแมลงหลายลังกับถุงมือยาง และของอื่น ๆ
สั่งซื้อสำเร็จ จ่ายไปกว่า 20,000 หยวน
เสิ่นหว่านลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย แล้วกินเค้กชิ้นเล็กเข้าไปอีกชิ้น อารมณ์กระวนกระวายถึงค่อยบรรเทาลง
เธอมองนาฬิกาแขวนผนัง ตอนนี้บ่าย 3:45 น. ผ่านไปเกิน 1 ชั่วโมงแน่นอนแล้ว จึงเข้าไปในมิติเพื่อตรวจดูว่าไอศกรีมละลายไปแค่ไหน
เธอยืนอยู่บนทางเดินหินสีเขียวกลางลาน มองไอศกรีมที่ละลายจนเหลวนิ่ม ดูท่าเวลาในผืนดินสีดำจะไม่ได้หยุดนิ่ง พืชก็น่าจะเติบโตได้
เธอไปดูที่ทางเดินกับชั้น 1 และชั้น 2 ของเรือนหลักต่อ ไอศกรีมยังแข็งโป๊กเหมือนเดิม
กล่าวคือ ในมิติเรือนสี่ประสานแห่งนี้ มีเพียงผืนดินสีดำเท่านั้นที่เวลาไหลผ่าน ส่วนห้องอื่น ๆ รวมถึงทางเดิน เวลาหยุดนิ่งสนิท
นี่เป็นข่าวดีสำหรับเธอจริง ๆ
เมื่อครู่เธอยังกังวลอยู่เลยว่าถ้าไม่มีเชื้อเพลิงจะทำอาหารอย่างไร ตอนนี้แก้ปัญหาได้แล้ว เธอทำอาหารให้เสร็จแล้วรีบนำเข้าไปเก็บในมิติขณะที่ยังร้อน พอจะกินก็หยิบออกมาได้โดยที่อาหารยังอุ่นอยู่
ออกจากมิติแล้ว เธอครุ่นคิดอีกเล็กน้อย ก่อนจะสั่งเตาแอลกอฮอล์ 5 เตาและเชื้อเพลิงแอลกอฮอล์อัดก้อน 10 ลัง เผื่อได้ใช้ขึ้นมา อีกอย่างของพวกนี้วางไว้ให้เห็นก็ไม่สะดุดตา
เธอเปลี่ยนที่อยู่จัดส่งทั้งหมดให้เป็นจุดที่ค่อนข้างเปลี่ยวในโรงจอดรถใต้ดิน โรงจอดรถใต้ดินของอาคารหลายหลังบริเวณนั้นเชื่อมถึงกัน ต่อให้มีคนสังเกตเห็นก็ไม่รู้ว่าเธอพักอยู่ที่ไหน
ตอนนั้นเอง เสิ่นหว่านได้ยินเสียงดังมาจากห้องนอน คาดว่าเสี่ยวโม่โม่น่าจะตื่นแล้ว เธอผลักประตูเข้าไปก็เห็นเจ้าก้อนกลมกำลังเล่นกับยูนิคอร์นสีรุ้ง กอดหัวตุ๊กตาไว้แล้วจุ๊บและเอาหน้าถูไถ
เสิ่นโม่โม่เกิดปีมะเมีย ตั้งแต่ได้ยูนิคอร์นตัวนี้มาก็ชอบมาก แต่เขายืนกรานว่ายูนิคอร์นเป็นม้าตัวเล็ก ๆ ทุกคืนก่อนนอนจึงต้องกอดมันไว้
เธอปีนขึ้นเตียง จุ๊บหน้าผากโม่โม่แล้วพูดว่า “ลูกรัก ตื่นแล้วหรือจ๊ะ แม่ก็อยากได้จุ๊บเหมือนกัน!”
พอเห็นเจ้าก้อนกลมยื่นหน้ามาถูแก้มเธอ เสิ่นหว่านก็หัวเราะจนหยุดไม่ได้ เธอลืมไปเลยว่าเสิ่นโม่โม่ยังจุ๊บไม่เป็น เขาคิดว่าเอาแก้มมาแนบกันก็คือการจุ๊บแล้ว~~
“กินนม ๆ” เสียงเล็ก ๆ อ้อแอ้ดังขึ้น
เสิ่นหว่านหัวเราะ “เสี่ยวโม่โม่หิวแล้วใช่ไหมจ๊ะ แม่ไปชงนมให้ หนูรอแป๊บนะ!”
เธอชงนมใส่ขวดให้โม่โม่ดื่มเอง พลันนึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมของจำเป็นไปอย่างหนึ่ง นั่นคือของใช้สำหรับเด็กทารก
