ค่ำคืนหิมะโปรยปรายในช่วงเหมันตฤดู กู้ชิงส่งอาหารเดลิเวอรี่ออร์เดอร์สุดท้ายของวันนี้เสร็จพอดี
“ยินดีต้อนรับสู่ฮวาสือซวี่ค่ะ!”
“สวัสดีค่ะ ฉันอยากจองโต๊ะอาหาร”
มะรืนนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปีที่เธอกับลู่เยี่ยนเฉินคบกัน เธออยากทำเซอร์ไพรส์ให้เขา
ลู่เยี่ยนเฉินเดินทางไปทำงานต่างประเทศ เมื่อเช้าพวกเขาเพิ่งคุยโทรศัพท์กัน เขาบอกว่าจะกลับมามะรืนช่วงเช้า แถมยังบอกว่าจะซื้อของขวัญมาฝากเธอด้วย
แม้ทั้งคู่จะไม่ได้มีฐานะร่ำรวย แต่ก็รักกันมาก
“ชุดกิจกรรมราคา 599 ยังมีไหมคะ?”
พนักงานต้อนรับในชุดกี่เพ้าเพิ่งจะยอมพินิจหญิงสาวอย่างจริงจัง
เสื้อแจ็กเก็ตส่งอาหารสีเหลืองตัวโคร่ง ผ้าพันคออะคริลิกที่สวมอยู่มีขุยขึ้นเต็มไปหมด แก้มทั้งสองข้างแดงระเรื่อเพราะความหนาว ริมฝีปากแห้งแตก มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นคนจนชั้นล่างที่แม้แต่เครื่องประทินผิวยังซื้อไม่ไหว
ตอนแรกเธอนึกว่าเป็นไรเดอร์มารับอาหาร แต่พอนึกอีกที ร้านอาหารหรูมีระดับที่ติดอันดับต้น ๆ ของเมืองอย่างพวกเขาไม่มีบริการส่งอาหารนี่นา
เฮอะ คนจนอย่างเธออย่าริอาจเลียนแบบคนอื่นเขามีความโรแมนติกเลยได้ไหม!
พนักงานสาวยิ้มตามมารยาท “ขอโทษด้วยค่ะ ยอดใช้จ่ายขั้นต่ำอยู่ที่ 799”
กู้ชิงสูดจมูก วางหมวกกันน็อกลงบนเคาน์เตอร์ แววผิดหวังซ่อนอยู่ตรงหางตา ราคา 799 เกินงบของเธอไปมาก
แต่เธอใฝ่ฝันถึงร้านอาหารแห่งนี้มานาน ทุกครั้งที่เดินผ่านกับลู่เยี่ยนเฉิน เธอจะลากเขาไปย่อตัวแอบมองด้านในผ่านผนังกระจก
สิ่งที่ดึงดูดเธอไม่ใช่อาหารหน้าตาประณีต หากเป็นผนังดอกไม้ที่ปลูกไฮเดรนเยียสีฟ้าม่วงไว้เต็มไปหมด
ลู่เยี่ยนเฉินมักหัวเราะแล้วบอกว่าเธอช่างไม่เอาไหน
แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว! ไม่อย่างนั้นหลังเลิกงาน ต่อไปเธอค่อยวิ่งส่งอาหารเพิ่มวันละสองชั่วโมงก็ได้!
“ขอดูรายการอาหารในชุดหน่อยได้ไหมคะ?”
ลู่เยี่ยนเฉินเลือกกินมาก หากเจออาหารที่ไม่ชอบ เขายอมปล่อยให้ตัวเองหิวโดยไม่แตะสักคำ ยังดีกว่าจะลองกินดู หรือไม่ก็ยิ้มแล้วคีบใส่ปากเธอ
พนักงานต้อนรับยื่นเมนูอิเล็กทรอนิกส์ให้เธอ จนแบบนี้แล้วยังพิถีพิถันอีกหรือ?
นิ้วมือที่หนาวจนชาเคลื่อนไหวไม่ถนัด เธอค่อย ๆ เลื่อนหน้าจอ “ปลาในชุดนี้เปลี่ยนได้ไหมคะ แฟนฉันไม่กินปลาที่มีก้างเยอะ”
พนักงานตอบอย่างเย็นชา “ไม่ได้ค่ะ ต้องเป็นชุดราคา 2,800 ถึงจะเปลี่ยนได้”
“อ๋อ งั้นก็ได้ค่ะ”
อย่างมากเธอก็ช่วยเขาเลาะก้างให้หมดก็แล้วกัน
กู้ชิงชี้ไปยังบริเวณรับประทานอาหารอย่างลังเล “ฉันจองที่นั่งใต้ผนังดอกไม้ได้ไหมคะ?”
“ขอโทษด้วยค่ะ ที่นั่งใต้ผนังดอกไม้เป็นโซนพิเศษสำหรับแขกวีไอพี ต้องใช้บัตรเหยียดำถึงจะเข้าใช้บริการได้”
พนักงานต้อนรับยิ้มอย่างสุขุม “เติมเงินหนึ่งแสนก็ทำบัตรได้แล้วค่ะ สนใจทำสักใบไหมคะ?”
กู้ชิงรีบโบกมือ “ไม่เป็นไรค่ะ ไว้คราวหน้าก็แล้วกัน ขอบคุณนะคะ...”
พอหมุนตัวกลับ เธอก็เห็นแผ่นหลังคุ้นตาใต้ผนังดอกไม้ กู้ชิงชะงักงันไปชั่วขณะ
เธอเหมือนจะเห็นลู่เยี่ยนเฉินหรือเปล่า?
เป็นไปไม่ได้ เขากำลังเดินทางไปทำงานต่างประเทศอยู่ชัด ๆ
แต่รูปร่างที่สลักลึกลงในกระดูกและเป็นที่รักสุดหัวใจแบบนี้ เธอไม่มีทางจำผิด
ตอนนี้เขากำลังนั่งประจันหน้ากับหญิงสาวคนหนึ่ง หญิงสาวคนนั้นงดงามเปล่งประกายไปทั้งตัว ในวันที่หนาวเหน็บเช่นนี้ เธอกลับสวมเดรสเกาะอกหรูหราเรียบง่าย สร้อยคอเพชรสีชมพูตรงลำคอสะท้อนแสงจนแสบตากู้ชิง
หญิงสาวหัวเราะคิกคัก ยื่นแขนขาวผ่องออกไปแตะต้นแขนชายหนุ่มเบา ๆ ก่อนจะหยิกหลังมือเขาอีกครั้ง
สนิทสนมราวกับกำลังหยอกเย้ากัน
ลู่เยี่ยนเฉินก้มหน้า บรรจงเลาะเนื้อส่วนท้องปลาออกจากก้าง ก่อนคีบใส่จานของหญิงสาว
“กินสิคุณหนู เลาะก้างออกหมดแล้ว”
กู้ชิงยืนนิ่งแข็งทื่อ ตลอดหนึ่งปีที่คบกัน ส่วนใหญ่เป็นเธอที่คอยดูแลเขา เธอเคยคิดว่าลู่เยี่ยนเฉินมีรูปร่างหน้าตาเหมือนคุณชาย แต่ดันมาเกิดในครอบครัวธรรมดา ต่อให้จนแค่ไหนเขาก็คงไม่ยอมปรนนิบัติใคร
ที่แท้เขาไม่ใช่ทำไม่เป็น แค่ไม่อยากทำเท่านั้น
กู้ชิงได้ยินหญิงสาวถามว่า “คุณเอาใจแฟนแบบนี้ด้วยหรือเปล่า?”
“ผมไม่มีแฟน”
เย็นชา เด็ดขาด ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
“ทางร้านสำรองที่นั่งให้คุณเรียบร้อยแล้วค่ะ อยู่ตรงทางเดินใกล้ประตู รบกวนชำระเงินมัดจำ 500 ด้วยค่ะ”
หัวใจกู้ชิงปวดบีบรุนแรงขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสแกนจ่ายเงิน
เธอไม่เชื่อว่าลู่เยี่ยนเฉินจะเปลี่ยนใจ แต่ไม่ว่าเขาจะใช่หรือไม่ใช่ เธอก็ต้องเข้าไปดูให้เห็นกับตา
หลังจ่ายเงิน กู้ชิงก็โทรหาลู่เยี่ยนเฉินทันที แต่เสียงเรียกเข้าดังเพียงสองครั้งก็ถูกตัดสาย
เธอมองเขาคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ แล้วได้ยินเขาพูดกับหญิงสาวคนนั้นว่า “ไม่มีอะไร พวกขายประกันน่ะ”
กู้ชิงอยากพุ่งเข้าไปถามลู่เยี่ยนเฉินเหลือเกินว่าทำไมถึงทำแบบนี้?
ถ้าเขาไม่รักแล้วก็บอกกันมาตรง ๆ เธอไม่ตามตื๊อหรอก!
แต่พอพวกเขาเดินมาทางนี้ จู่ ๆ กู้ชิงกลับหมดความกล้า เธอคว้าหมวกกันน็อกแล้วหลบเข้าไปในห้องน้ำ
ราวกับคนที่ทำผิดจนร้อนตัวคือเธอเสียเอง
ลู่เยี่ยนเฉินไม่รู้ว่าเธอออกไปส่งอาหารตอนกลางคืน เขาคิดมาตลอดว่าเธอกลับบ้านดึกเพราะทำงานล่วงเวลาที่บริษัท
เธอไม่อยากให้ลู่เยี่ยนเฉินที่ดูสง่างามเห็นสภาพมอมแมมของตัวเอง
พนักงานต้อนรับนอบน้อมต่อลู่เยี่ยนเฉินอย่างยิ่ง “คุณลู่ จะลงบัญชีหรือรูดบัตรคะ?”
เขายื่นบัตรดำที่เป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะออกไป พนักงานต้อนรับรีบรับไว้ด้วยสองมือ
“คืนนี้คุณใช้จ่ายทั้งหมด 14,800 ค่ะ”
ชายหนุ่มสีหน้าเรียบเฉย สวมสูทสั่งตัดพอดีตัว รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาและดูสุภาพอ่อนโยน แววตาอบอุ่น มุมปากมีรอยยิ้มบาง ๆ อยู่เสมอ เปี่ยมด้วยมารยาทแบบสุภาพบุรุษ
กู้ชิงยืนอยู่หลังประตู ราวกับถูกฟ้าผ่า
พนักงานที่นี่เรียกเขาว่าคุณลู่หรือ?
แค่มื้อเดียว เขาจ่ายไปตั้ง 14,800!
ค่าอาหารทั้งปีของเธอยังไม่ถึงหนึ่งหมื่นด้วยซ้ำ!
ตอนนี้ลู่เยี่ยนเฉินยังเช่าห้องอยู่กับเธอในย่านเก่าทรุดโทรม ห้องสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น ค่าเช่าเดือนละ 2,200 เธอออกหนึ่งพัน ลู่เยี่ยนเฉินออก 1,200 ถึงพอจ่ายแบบเฉียดฉิว
แต่ที่นี่เขาแค่ยื่นบัตรจ่ายเงินครั้งเดียวก็เป็นหมื่นแล้ว!
เสียงรองเท้าส้นสูงดังใกล้เข้ามา ทั้งที่คนยังไม่เข้ามา กู้ชิงก็ได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงแล้ว
เธอหลบไปยืนตรงอ่างล้างมือด้านในสุด แสร้งก้มหน้าล้างมือ
หลี่ว์เหยาซินยกชายกระโปรงเดินเข้ามา ดวงตาคู่สวยกวาดมองกู้ชิงที่ยืนอยู่ในมุมอับ ก่อนจะไม่ใส่ใจอีก
เธอหยิบลิปสติกจากกระเป๋าถือขึ้นมาเติมหน้ากระจก สร้อยคอตรงลำคอสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ
เธอดึงกระดาษเช็ดมือมาปูบนอ่างล้างหน้า วางโทรศัพท์ลงบนนั้นแล้วเปิดลำโพง “ฮัลโหล คุณแม่!”
“ลูกสาวคนเก่ง เมื่อกี้ทำไมไม่รับสายแม่ล่ะ ทำอะไรอยู่? ดึกป่านนี้แล้วยังไม่กลับบ้าน แม่เป็นห่วงรู้ไหม?”
กู้ชิงล้างฟองสบู่บนมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพิ่งสามทุ่มกว่า ปกติเวลานี้เธอยังวิ่งส่งอาหารไปตามตรอกซอกซอยที่สว่างบ้างมืดบ้าง ไม่เห็นว่าดึกเลยสักนิด
การมีแม่คอยเป็นห่วงช่างดีเหลือเกิน น่าเสียดายที่เธอไม่เคยได้สัมผัสความรู้สึกนั้น
เธอมีเพียงคุณย่าที่อายุมากแล้ว และไม่ได้มีสายเลือดเกี่ยวข้องกันด้วย
ตอนเธออายุสามขวบ คุณย่าช่วยชีวิตเธอขึ้นมาจากแม่น้ำ เธอเกือบจมน้ำตาย
“หนูอยู่กับพี่เยี่ยนเฉินค่ะ เขาจะไปส่งหนูกลับเอง ไม่ต้องห่วงนะคะ!”
“มีเยี่ยนเฉินอยู่ข้าง ๆ แม่ก็วางใจแล้ว จะกลับดึกหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่ห้ามค้างคืนนะ”
“คุณแม่พูดอะไรเนี่ย!”
หลี่ว์เหยาซินเก็บลิปสติกใส่กระเป๋า แก้มแต้มสีแดงระเรื่อ
“พี่เยี่ยนเฉินแค่เลี้ยงต้อนรับหนูเองค่ะ!” เธอแตะสร้อยคอตรงลำคอ “เขายังให้ของขวัญหนูด้วย หนูชอบมากเลย”
“ลูกมีความสุขแม่ก็ดีใจแล้ว! ฝากบอกเยี่ยนเฉินด้วยนะ วันหลังให้เขามาแช่น้ำพุร้อนที่รีสอร์ตแห่งใหม่ของพ่อหนู”
หลี่ว์เหยาซินมองตัวเองในกระจกอย่างพึงพอใจ เชิดคางขึ้นเล็กน้อย แล้วเหลือบมองเงาร่างที่หดตัวอยู่มุมห้อง สายตาราวกับมองแมวจรหมาจรข้างถนน มีความเวทนาอยู่บ้าง แต่ก็ต้องเว้นระยะห่างให้มากที่สุด เพราะสกปรก
การได้เกิดมาดีก็ต้องอาศัยโชค
ขอบคุณพ่อกับแม่ที่ทำให้เธอเกิดมาเป็นเจ้าหญิงน้อยแสนสุข
มือของกู้ชิงถูจนแดงไปหมด เธอปิดก๊อกน้ำ
เมื่อครู่นี้เธอยังพยายามหาเหตุผลมาแก้ต่างให้ลู่เยี่ยนเฉิน บางทีอาจเป็นแค่คนชื่อเดียวกันและหน้าตาเหมือนกันพอดี
หรือเขาอาจแค่ทำตามหน้าที่ เลี้ยงข้าวลูกค้า โดยบริษัทเป็นคนออกค่าใช้จ่าย
หรือไม่ก็...
แต่เธอคิดหาเหตุผลที่เขาจะหลอกตัวเองไม่ออกจริง ๆ
หิมะยังคงตก พนักงานรับรถขับรถมาจอดหน้าร้าน ทั้งคู่เดินเหยียบพรมขึ้นรถไปโดยตรง มิน่ารองเท้าของพวกเขาถึงสะอาดเอี่ยม เสื้อผ้าก็บางเบาและสง่างาม
หันกลับมาดูตัวเอง รองเท้าบุผ้าฝ้ายสำหรับลุยหิมะเปียกชุ่มไปแล้ว นิ้วเท้าเย็นชื้น พื้นรองเท้าเปื้อนโคลนหิมะจนทั่ว พอเหยียบลงบนพื้นหินอ่อนก็ทิ้งรอยไว้เป็นทาง
กู้ชิงกระชับผ้าพันคอ รถคันที่เธอไม่เคยนั่งหายลับเข้าไปในค่ำคืนหิมะตกแล้ว ลมหนาวพัดจนคิ้วเธอขมวดเป็นปม
ปีที่แล้วก็เป็นช่วงเวลาเดียวกัน หิมะตกหนัก ระหว่างทางกลับจากทำงานไปยังมหาวิทยาลัย จู่ ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งพุ่งออกมาขวางหน้าเธอ
“นักศึกษา ผมมาจากต่างเมืองเพื่อหางานทำ แต่กระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์ถูกขโมยไปหมด แถมยังหิวมาทั้งวัน คุณช่วยซื้ออะไรให้ผมกินหน่อยได้ไหม ไม่ต้องมากก็ได้ แค่น้ำหนึ่งขวดกับขนมปังหนึ่งชิ้นก็พอ”
ตอนนั้นเธอควรพาเขาไปขอความช่วยเหลือที่สถานีตำรวจ หรือไม่ก็เดินจากไปอย่างไม่ไยดี
แต่เธอกลับเลือกเชื่อเขา
ทั้งหมดเป็นเพราะดวงตาคู่นั้นบริสุทธิ์เกินไป
ตอนนั้นเธอเพิ่งได้รับเงินเดือน 350 หยวน จึงซื้อข้าวผัดเนื้อวัวร้อน ๆ หนึ่งจานกับชานมร้อนหนึ่งแก้วจากร้านอาหารจานด่วนหน้ามหาวิทยาลัย
ทั้งที่ตัวเองยังไม่กล้ากิน
แต่กลับยกให้คนแปลกหน้าที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าอย่างคนเสียสติ
มือลู่เยี่ยนเฉินสั่นเล็กน้อยตอนรับอาหารไป ราวกับไม่คาดคิดว่าจะได้รับมัน
เขาพูดว่า “ผมจะตอบแทนคุณ”
หลังจากนั้น ทุกคืนตรงหน้าประตูมหาวิทยาลัย เธอจะเห็นเขาถือชานมมายืนรอ
แล้วต่อมา เขาก็กลายเป็นแฟนคนแรกของเธอ
กู้ชิงดึงตัวเองกลับมาจากความทรงจำ
ลู่เยี่ยนเฉิน ตกลงคุณมาทดแทนบุญคุณ หรือมาแก้แค้นกันแน่
