สวี่เหวินฮั่นสวมเสื้อสูทเรียบร้อยแล้ว เขาจัดปอยผมหน้าผากที่ยุ่งเล็กน้อยอยู่หน้ากระจกเงา พยายามปัดให้เข้าที่
“นอกจากท่านเชวี่ยที่เดินทางมาจากเมืองหลวงแล้ว ยังจะมีใครทำให้คุณปู่ของฉันให้ความสำคัญได้ขนาดนี้อีก”
“โครงการเมืองรถยนต์ครั้งนี้มีขนาดใหญ่มาก ครอบคลุมหลายอำเภอรอบเขตเมืองจิน พอได้ยินว่าคุณน้าของฉันลงพื้นที่สำรวจด้วยตัวเอง หลังปีใหม่ก็จะเริ่มเวนคืนที่ดินและรื้อถอนเตรียมก่อสร้างแล้ว ข้าราชการทุกระดับของรัฐบาลแทบจะยกเขาขึ้นหิ้ง ผลงานที่สั่งสมมาทั้งชีวิตก็เกินพอแล้ว”
พอได้ยินเช่นนั้น ลู่เยี่ยนเฉินก็อดนั่งตัวตรงไม่ได้ สีหน้าหม่นหมองพลันมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง “เหวินฮั่น เพื่อนรัก ช่วยพาฉันไปด้วยได้ไหม”
“ได้ แต่วันนี้ไม่ได้”
แววตาคาดหวังหม่นลง “ทำไมวันนี้ไม่ได้ล่ะ”
สวี่เหวินฮั่นส่งสัญญาณให้เขาส่องกระจกดูตัวเอง “ตัวนายเหม็นเหล้าหึ่ง ขืนเข้าไปใกล้คุณน้าของฉัน ยังไม่ทันได้เจอตัวก็โดนบอดี้การ์ดโยนออกมาแล้ว คุณน้าของฉันขึ้นชื่อเรื่องกฎระเบียบเยอะและเข้าถึงยาก นายก็รู้ไม่ใช่หรือไง”
ลู่เยี่ยนเฉินเคยได้ยินเรื่องของฟู่เฉิงเชวี่ยมาบ้าง เขาเป็นผู้นำตระกูลฟู่แห่งเมืองหลวง แม้อายุเพียง 30 ปี แต่กลับมีอำนาจครอบงำทั้งแวดวงการเมืองและธุรกิจ ทั้งยังร่ำรวยมหาศาล ได้รับสมญานามว่า ‘ยมราชหน้าตาย’ ไม่มีใครกล้าล่วงเกิน ว่ากันว่าเมื่อ 10 ปีก่อน หลังมารดาเสียชีวิต เขาก็เดินทางกลับจากต่างประเทศ ไม่นานก็จัดการบรรดาลูกนอกสมรสของบิดาจนเกลี้ยง คนที่ตายก็ตาย คนที่หนีก็หนี ส่วนหญิงในดวงใจของบิดาก็กระโดดตึกฆ่าตัวตาย แม้แต่บิดาของเขาเองก็ถูกส่งไปอยู่บ้านพักคนชรา
คนโหดเหี้ยมไร้หัวใจเช่นนี้กลับเป็นอัจฉริยะทางธุรกิจ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจของตระกูลฟู่แทบครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม ปัจจุบันยังเพิ่มการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ บริษัทของลู่เยี่ยนเฉินทำอุปกรณ์กักเก็บพลังงานพอดี หากเจรจาความร่วมมือสำเร็จและแบ่งผลประโยชน์มาได้ บริษัทของเขาก็จะไม่ต้องพึ่งพาตระกูลลู่อีกต่อไป และไม่ต้องถูกบิดาควบคุม เขาจะมีทุนพอเปิดกิจการด้วยตัวเอง ถึงตอนนั้นก็ปฏิเสธการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลเสิ่นได้ทันที
