สัปดาห์ที่สามหลังเปิดเทอม บรรยากาศในโรงเรียนมัธยมหงฉีก็เริ่มเปลี่ยนไป
เริ่มจากมีใบประกาศตัวโตติดอยู่บนกำแพงข้างประตูโรงเรียน เขียนด้วยหมึกดำบนกระดาษขาวว่า “ระวังศัตรูทางชนชั้นที่ซ่อนตัวอยู่” แป้งเปียกยังไม่ทันแห้งสนิท กระดาษก็ส่งเสียงพึ่บพั่บอยู่กลางสายลม
ผ่านไปไม่ถึงสองวัน ตามระเบียงอาคารเรียนก็เต็มไปด้วยใบประกาศ ถ้อยคำแต่ละแผ่นรุนแรงยิ่งกว่าแผ่นก่อน
ตอนฟางเสี่ยวหลานสะพายกระเป๋าเดินเข้าโรงเรียน เธอเห็นนักเรียนหลายคนกำลังหิ้วถังแป้งเปียกไปที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ ในมือยังกอดกระดาษสีแดงกองหนาเตอะ
ใบหน้าของพวกเขาเผยความฮึกเหิมอย่างบอกไม่ถูก ราวกับมีบางสิ่งจุดไฟในใจขึ้นมา
“เสี่ยวหลาน!”
หยางเหนียนเอ๋อร์วิ่งตามมาจากด้านหลัง คว้าแขนเสื้อเธอไว้
“เห็นแผ่นหน้าประตูโรงเรียนหรือยัง? เขียนว่า—”
“เห็นแล้ว”
ฟางเสี่ยวหลานพูดตัดบทเสียงเบา “พูดให้น้อยหน่อย”
หยางเหนียนเอ๋อร์ชะงักไป มองแววตาของฟางเสี่ยวหลานแล้วกลืนคำพูดที่จวนจะหลุดออกมากลับลงคอ
ทั้งคู่เดินเข้าอาคารเรียน แล้วก็พบกับเด็กสาวหลายคนที่กำลังลงมาจากชั้นบน
คนที่เดินนำหน้าคือหลินหงเหมย
เธอผอมลง คางแหลมขึ้นกว่าตอนเปิดเทอมที่แล้วอยู่หลายส่วน เปียที่เคยถักเรียบร้อยไร้ที่ติ วันนี้กลับมัดแน่นเป็นพิเศษ จนใบหน้าทั้งใบดูแข็งกระด้างขึ้น
หลังจากหลินหงเหมยรายงานฟางเสี่ยวหลานเมื่อเทอมที่แล้วไม่สำเร็จ ตำแหน่งหัวหน้าห้องของเธอก็ถูกครูจางเต๋อหมิงปลดออก
ตอนนั้นครูจางพูดอย่างสุภาพว่า—
“หัวหน้าห้องต้องทุ่มเทกับงานในชั้นเรียนให้มากกว่านี้ ช่วงนี้เธอตั้งใจเรียนไปก่อน” แต่ทั้งห้องต่างรู้ดีว่าหมายความว่าอย่างไร
เรื่องปลดตำแหน่งถูกติดประกาศไว้บนบอร์ดถึงสองวัน นักเรียนที่เดินผ่านไปมาก็เห็นกันหมด
หลินหงเหมยยืนอยู่หน้าบอร์ดประกาศ อ่านกระดาษแผ่นนั้นซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป โดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว
