คราวก่อน แม่ลูกตระกูลเฉินไปบ้านตระกูลฟาง
ระหว่างทางกลับจากบ้านตระกูลฟาง แม่เฉินยิ้มไม่หุบเลยสักนิด
“เซี่ยงตง ลูกคิดว่าลูกสาวคนโตบ้านฟางเป็นยังไงบ้าง?”
น้ำเสียงของแม่เฉินเต็มไปด้วยความพึงพอใจราวกับมั่นใจว่าจะได้ดังใจ
“ก็ใช้ได้ครับ” เฉินเซี่ยงตงตอบเสียงเบา
“ใช้ได้เหรอ?”
แม่เฉินหันกลับมาถลึงตามองเขา
“ใช้ได้อะไรล่ะ? ผู้หญิงคนนั้นเรียนจบโรงเรียนอาชีวะ ทำงานเป็นนักบัญชีในโรงงาน มีงานมั่นคงกินเงินเดือนนะ! หน้าตาก็ไม่เลว ผิวขาวสะอาดตา เหมาะกับลูกเหลือเฟือ!”
เฉินเซี่ยงตงก้มหน้า ไม่ตอบอะไร
แม่เฉินรู้จักลูกชายตัวเองดี เขาเป็นคนพูดน้อย ถามสามคำยังตอบไม่ถึงคำ
แต่เธอไม่ถือสา ลูกชายซื่อ ๆ แบบนี้ควบคุมง่าย
หาภรรยาให้เขาก็ต้องเลือกคนที่ไม่ฉลาดแกมโกงเกินไป ไม่อย่างนั้นต่อไปใครจะเป็นใหญ่ในบ้าน?
“แม่ว่าลูกสาวคนโตบ้านฟางเป็นคนที่ควบคุมง่าย”
แม่เฉินวิเคราะห์ไปพลางเดินไปพลาง
“พูดน้อย ขี้อาย แม่พูดไม่กี่คำก็หน้าแดงแล้ว ผู้หญิงแบบนี้แต่งเข้าบ้านมาแล้วจัดการง่าย ลูกว่าใช่ไหม?”
เฉินเซี่ยงตงขานรับ “อืม” ไม่รู้ว่าเห็นด้วยหรือแค่รับคำส่ง ๆ
แม่เฉินพูดต่อ
“ฐานะบ้านฟางก็ธรรมดา มีลูกห้าคน ชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่เพราะพวกเขาลำบากนี่แหละ ถึงได้ให้ความสำคัญกับการแต่งงานครั้งนี้
ลองคิดดูสิ บ้านฟางมีลูกสาวสี่คน ลูกชายหนึ่งคน พอลูกสาวคนโตแต่งออกไป คนกินข้าวในบ้านก็ลดลงหนึ่งปาก แถมยังได้เงินสินสอด พวกเขาจะไม่ยินดีได้ยังไง?”
เฉินเซี่ยงตงเงยหน้ามองแม่
“แม่ครับ แล้วสินสอด…จะให้เท่าไรครับ? ส่วนของหมั้นสี่อย่าง บ้านเราเตรียมไว้หรือยัง?”
แม่เฉินชะงักฝีเท้า ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนับนิ้วคำนวณ
“ของหมั้นสี่อย่างก็มีจักรยาน จักรเย็บผ้า นาฬิกาข้อมือ แล้วก็วิทยุ ถ้าซื้อครบทั้งสี่อย่าง อย่างน้อยก็ต้องใช้เงินสัก 400-500 หยวน แถมยังต้องมีคูปองด้วย
บ้านเรามีคูปองอยู่บ้าง เป็นของที่พ่อแกเก็บไว้ตอนยังมีชีวิต ไม่เคยยอมเอาออกมาใช้ แต่เงิน…”
