ห้องสอบสวนของคณะปฏิวัติ
ห้องไม่กว้างนัก ตรงกลางมีโต๊ะไม้ตั้งอยู่ตัวหนึ่ง ด้านหลังโต๊ะมีคนนั่งอยู่สองคน—
เหลียงหม่านถุนนั่งอยู่ตรงกลาง ส่วนเสี่ยวหลัว ชายหนุ่มหน้ากลมนั่งอยู่ด้านข้าง มือกำปากกาหมึกซึมไว้แน่น ตรงหน้ามีสมุดบันทึกกางอยู่
โจวเสวี่ยเหมยนั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็ก
ภายในห้องสอบสวนเงียบสงัดอยู่ราวสองนาที
“โจวเสวี่ยเหมย”
ในที่สุดเหลียงหม่านถุนก็เอ่ยขึ้น น้ำเสียงไม่ดังนัก แต่ทุกถ้อยคำกลับแฝงแรงกดดัน
“เมื่อคืนคุณอยู่ที่ไหน?”
“อยู่ในห้องพักของโรงแรมรับรองค่ะ”
ผู้อำนวยการเหลียงเปิดซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะ หยิบจดหมายแจ้งเบาะแสออกมาแล้วยื่นไปตรงหน้าโจวเสวี่ยเหมย
กระดาษดูใหม่เล็กน้อย บนนั้นมีข้อความเพียงไม่กี่บรรทัด—
“ห้อง 202 ของโรงแรมรับรองประจำอำเภอมียุวชนหญิงชื่อฟางเสี่ยวหลานพักอยู่ เธอมีความเกี่ยวข้องกับกองกำลังสายลับศัตรู ขอให้สหายคณะปฏิวัติตรวจสอบโดยเร็ว”
ไม่มีชื่อผู้ส่งลงท้าย
โจวเสวี่ยเหมยก้มมองจดหมาย หัวใจเต้นกระหน่ำอยู่ในอกจนรู้สึกอึดอัด แต่สีหน้ายังคงสงบนิ่ง
จดหมายฉบับนี้เป็นจดหมายที่เธออาศัยความมืดเมื่อคืนสอดไว้ตรงร่องประตูของคณะปฏิวัติ
เธอตั้งใจใช้คำว่า “มีความเกี่ยวข้องกับกองกำลังสายลับศัตรู” ลงไปในจดหมาย ก็เพื่อให้คณะปฏิวัติเร่งตรวจค้น
นิ้วของผู้อำนวยการเหลียงเคาะตรงมุมกระดาษช้า ๆ สองครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นในที่สุด
“สหายโจวเสวี่ยเหมย จดหมายแจ้งเบาะแสฉบับนี้เพิ่งถูกพบเมื่อคืน คุณบอกว่าเมื่อคืนอยู่ที่โรงแรมรับรอง แล้วออกไปข้างนอกบ้างหรือเปล่า?”
หัวใจของโจวเสวี่ยเหมยสะดุดไปครึ่งจังหวะ “ไม่ค่ะ”
“แน่ใจนะ?”
“กลับเข้าห้องแล้วก็ไม่ได้ออกมาอีกค่ะ”
เหลียงหม่านถุนพยักพเยิดไปทางเสี่ยวหลัว
เสี่ยวหลัวเปิดสมุดบันทึก
“ชายชราที่เฝ้าประตูหลังของโรงแรมรับรองบอกว่า ช่วงดึกเมื่อคืนมีเงาคนหนึ่งแวบออกไปทางประตูหลัง
ดูจากรูปร่างแล้วเหมือนผู้หญิง เดินเร็วมาก ก้มหน้าก้มตา มองหน้าไม่ชัด
ผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมงกว่า ๆ ถึงกลับมา ส่วนเวลาที่แน่นอน ชายชราบอกว่าไม่ได้ดูนาฬิกา จึงระบุไม่ได้”
โจวเสวี่ยเหมยวางมือบนตัก ประสานนิ้วเข้าด้วยกันเพื่อควบคุมไม่ให้มันสั่น
