ประตูหลังโรงงานเครื่องจักรแง้มอยู่ หลิงเยว่ผลักประตูเข้าไป ก็เห็นไอ้หนุ่มจ้าวนั่งยอง ๆ อยู่ตรงโคนกำแพง ถูมือคลายหนาว ปกเสื้อบุนวมตั้งสูงจนแทบปิดแก้ม ส่วนปีกหมวกก็กดลงมาบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง
พอได้ยินเสียง เขาก็เงยหน้าขึ้น เห็นฟางเสี่ยวหลานเดินเข้ามาก่อน จึงยิ้มกว้างเตรียมทักทาย แต่พอเหลือบไปเห็นหลิงเยว่ที่อยู่ด้านหลัง ร่างทั้งร่างก็ผุดลุกขึ้นทันที
“พี่หลิง?! พี่กลับมาจากเมืองหลวงของมณฑลแล้ว—”
คำพูดที่เหลือชะงักค้างอยู่ในลำคอ
สายตาของไอ้หนุ่มจ้าวหยุดอยู่ตรงรอยเลือดสีแดงคล้ำที่ซึมออกมาตรงเอวหลิงเยว่ ก่อนเจ้าตัวจะพุ่งเข้าไปหา
“ไปโดนอะไรมา?!”
ไอ้หนุ่มจ้าวกดเสียงต่ำ ยื่นมือออกไปเหมือนอยากประคองแต่ก็ไม่กล้าแตะ มือทั้งสองข้างถูไปมากับขากางเกงอย่างร้อนใจ
“ฉันไปตามคนมา—”
“ไม่ต้องไป”
หลิงเยว่ใช้มือข้างหนึ่งพยุงกรอบประตู เหงื่อเม็ดเล็กซึมตรงขมับ แต่เสียงยังมั่นคงดี
“คนเยอะหูตาก็เยอะ ที่นี่มีผ้าพันแผลกับยาไอโอดีนไหม?”
“มี ๆ! คราวก่อนฉันบาดมือ เหลือผ้าพันแผลไว้ครึ่งม้วน ยังอยู่บนรถ!”
ไอ้หนุ่มจ้าวหันหลังวิ่งออกไปนอกห้องทันที แต่พอวิ่งไปได้สองก้าวก็ย้อนกลับมา คว้าแขนหลิงเยว่มาพาดบ่าตัวเอง
“เข้าไปข้างในก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”
ฟางเสี่ยวหลานเดินตามหลัง มองหลิงเยว่ที่ถูกไอ้หนุ่มจ้าวช่วยประคองกึ่งลากเข้าไปในห้องด้านใน รอยเลือดตรงสีข้างเด่นชัดเป็นพิเศษบนผ้าพันแผลสีขาวสะอาด
ไอ้หนุ่มจ้าวประคองเขาไปนั่งที่เตียงสนามแล้วรีบวิ่งไปหากล่องยา ไม่นานก็หอบกลับมา ปากยังบ่นไม่หยุด
“เสื้อบุนวมเปียกโชกหมดแล้ว ต้องถอดออกด้วย แล้วก็กางเกง—”
“ไม่ต้องถอดกางเกง” หลิงเยว่บอก
ไอ้หนุ่มจ้าวกระทืบเท้าอย่างร้อนใจ
“พี่หลิง ถ้าไม่ถอดกางเกงแล้วฉันจะดูได้ยังไงว่าแผลหนักขึ้นหรือเปล่า—”
ฟางเสี่ยวหลานยืนอยู่ตรงประตู ไม่ได้เข้าไป แต่ได้ยินเสียงหลิงเยว่ดังมาจากในห้อง เจือความอับจนใจอยู่เล็กน้อย
“จ้าวไห่จู้! ปัญญาชนหญิงฟางอยู่ตรงนี้”
ไอ้หนุ่มจ้าวชะงักกึกแล้วหันกลับมามองเธอ สีหน้าจากร้อนใจเปลี่ยนเป็นกระอักกระอ่วน เขาเกาท้ายทอย
“อ้อ อ้อ! ปัญญาชนหญิงฟาง รอข้างนอกก่อนนะ เดี๋ยวฉันทำแผลให้พี่หลิงเสร็จแล้วจะเรียก—”
