มู่เหยียนชวนได้รับรายชื่อฉบับนั้นในวันที่สามหลังโม่จื้อเฉียงถูกจับ
รายชื่อมีความยาวไม่น้อย
ตลอดสองปีกว่ามานี้ มีคนที่ติดต่อไปมาหาสู่กับโม่จื้อเฉียงอยู่มากมาย รายชื่อเบียดแน่นเต็มกระดาษหลายแผ่น
มีทั้งคนที่ตั้งแผงขายของในตลาดมืด คนที่ช่วยเป็นธุระเชื่อมโยงคนในโรงงาน คนที่อาศัยอยู่แถวย่านถนน และนักเรียนที่รับจ้างวิ่งธุระชั่วคราวอีกหลายคน
สายตาของมู่เหยียนชวนหยุดอยู่ที่รายชื่อนักเรียนเหล่านั้นครู่หนึ่ง
ในบรรดานักเรียนมีฟางเว่ยจวิน เฝิงลี่ และคนอื่น ๆ
มู่เหยียนชวนจดจำชื่อเหล่านั้นไว้ในใจ สีหน้าไม่แสดงอาการ ก่อนพับรายชื่อเก็บใส่กระเป๋าเอกสาร
“มีแค่นี้หรือครับ?” มู่เหยียนชวนถาม
ติงกั๋วหมิงยกแก้วเคลือบขึ้นซดชารสเข้มไปอึกหนึ่ง ขอบตาดำคล้ำ—
สอบสวนกันทั้งวันทั้งคืน บันทึกคำให้การกองหนาเป็นตั้ง แต่โม่จื้อเฉียงปากแข็งมาก นอกจากเรื่องเก็บค่าคุ้มครองกับขายต่อตั๋วต่าง ๆ แล้ว เรื่องอื่นไม่ยอมพูดเพิ่มแม้แต่คำเดียว
“ตอนนี้มีแค่นี้ โม่เฒ่าคนนี้เจ้าเล่ห์มาก เรื่องไหนควรรับก็รับ เรื่องไหนไม่ควรรับก็ไม่ยอมปริปาก
เราถามว่าเขาติดต่อกับ ‘ทางนั้น’ หรือเปล่า เขาก็ปฏิเสธหัวชนฝา บอกว่าแค่ทำมาหากินเลี้ยงปากท้อง”
ติงกั๋วหมิงนวดขมับ
“แต่เขาพูดอะไรที่น่าสนใจอยู่ประโยคหนึ่ง—‘คนที่ทำงานแบบนี้ ใครบ้างไม่มีรายชื่ออยู่ในมือสักสองสามราย? แต่มีชื่อบางคน ต่อให้ตายฉันก็ไม่มีวันพูด’”
นิ้วของมู่เหยียนชวนเคาะโต๊ะเบา ๆ สองครั้ง
ชื่อของบางคน ต่อให้ตายก็ไม่มีวันพูด
ความลับที่ทำให้คนอย่างโม่จื้อเฉียงยอมปกป้องจนตัวตาย ย่อมไม่ใช่แค่เรื่องเก็งกำไรและค้าขายผิดกฎหมายเท่านั้น
“หัวหน้าติง แล้วคนในรายชื่อนี้ คุณวางแผนจะจัดการยังไงครับ?”
“คนที่ควรตรวจสอบก็ตรวจสอบ คนที่ควรสอบถามก็สอบถาม ปัญหาคือเหนือโม่จื้อเฉียงยังมีใครอีกไหม ตอนนี้ยังพูดไม่ได้”
ติงกั๋วหมิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนลดเสียงลง “เจ้าหน้าที่มู่ คุณรู้จักคนในมณฑลเยอะ เคยได้ยินชื่อรหัส ‘ชาวประมง’ ไหม?”
สีหน้าของมู่เหยียนชวนไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย
“ชาวประมงหรือครับ?”
เขาทวนคำด้วยน้ำเสียงฉงนอย่างพอดิบพอดี
“ไม่เคยได้ยินเลยครับ เป็นใครหรือ?”
