ภายในสำนักงานหน่วยผลิต หลิงเยว่ยืนอยู่หน้าโต๊ะ เล่าเรื่องกำแพงกั้นในคลังสินค้าให้ฟังอย่างรวบรัด
“มีช่องลับ”
หลิงเยว่ชี้ตำแหน่งคลังสินค้าบนแผนที่ภูมิประเทศ
“มีคนเจาะเปิดไว้ แล้วก่ออิฐบาง ๆ ปิดกลับไป เคาะแล้วเสียงกลวง ไม่ได้ทำเมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่ก็คงไม่นานนัก”
มือที่กำลังถือแก้วเคลือบของผู้บังคับกองร้อยโจวชะงักค้างกลางอากาศ คิ้วค่อย ๆ ขมวดเข้าหากัน
เขาวางแก้วลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง หันหลังให้หลิงเยว่ แล้วนิ่งเงียบไปนานถึงครึ่งนาที
“ผู้บังคับกองร้อย” หลิงเยว่เอ่ย “จะเอาของออกมาตอนนี้ไหมครับ?”
ผู้บังคับกองร้อยโจวหันกลับมา ส่ายหน้า
“ไม่ต้อง”
“ของที่สามคนนั้นตามหา อาจอยู่ในกำแพงนั่นก็ได้ครับ”
ผู้บังคับกองร้อยโจวเดินกลับมาที่โต๊ะ นิ้วแตะตำแหน่งคลังสินค้าบนแผนที่เบา ๆ
“แต่ถ้าเอาออกมาตอนนี้ ก็เท่ากับบอกพวกนั้นว่าเราหาเจอแล้ว พวกมันจะเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่น วิธีที่แนบเนียนกว่า ถึงตอนนั้นจะป้องกันตัวก็ยาก”
หลิงเยว่ไม่พูดอะไร
“ปล่อยให้พวกมันหาไป”
เสียงของผู้บังคับกองร้อยโจวต่ำลง
“ของอยู่ใต้จมูกเรายังปลอดภัยกว่าอยู่ในมือพวกมัน นายจับตาคลังสินค้าต่อไป ภายนอกทำตัวตามปกติ อย่าให้ใครรู้ว่านายเจอช่องลับแล้ว”
หลิงเยว่พยักหน้า แต่ไม่ได้เดินออกไปทันที
เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองผู้บังคับกองร้อยโจว ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง
ผู้บังคับกองร้อยโจวรู้จักหลิงเยว่มาหลายปี รู้ดีว่าเวลาหมอนี่ทำหน้าแบบนี้ แปลว่ามีอะไรอยากพูด แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรพูดดีหรือเปล่า
“มีอะไร?”
“พรุ่งนี้ฟางเสี่ยวหลานลางานไปที่อำเภอครับ”
หลิงเยว่พูด “เธอขอให้ผู้ฝึกสอนอนุมัติแล้ว ไปกับพวกปัญญาชนลงชนบทที่มารุ่นเดียวกันอีกสองสามคน”
