มู่เหยียนชวนนั่งยอง ๆ อยู่ใต้ชายคาตรงข้ามสหกรณ์จัดซื้อจัดจำหน่าย ปีกหมวกกดต่ำจนแทบปิดบังใบหน้า ชายเสื้อคลุมทหารยาวลากพื้น
จากตรงนี้ เขามองเห็นทั้งประตูด้านข้างของสหกรณ์จัดซื้อจัดจำหน่าย ตรอกด้านหลัง และทางเข้าตรอกแคบฝั่งตรงข้าม
เขากำลังรอ
อย่างแรกคือรอข่าวจากหลิงเยว่
เขาให้เสี่ยวจ้าวไปดักรับตั้งแต่เช้าที่ทางออกทิศใต้ของตัวอำเภอ หลิงเยว่กลับมาจากเมืองหลวงมณฑลพร้อมเศษแบบแปลน ผู้บังคับกองพันซ่งกำชับให้เขารับตัวอีกฝ่ายให้ปลอดภัย
อีกอย่างคือคอยจับตาความเคลื่อนไหวของโจวเสวี่ยเหมย
วันนี้เธอก็กลับมาจากเมืองหลวงมณฑลเหมือนกัน!
กะเวลาแล้ว รถโดยสารของหลิงเยว่น่าจะถึงสถานีแล้ว
ถ้าเสี่ยวจ้าวรับตัวได้ เขาจะพาอีกฝ่ายเลี่ยงถนนสายหลักของตัวอำเภอ โดยอ้อมมาทางถนนของกองทัพ
แต่เสี่ยวจ้าวออกไปเกือบ 50 นาทีแล้ว
สายตาของมู่เหยียนชวนยังจับจ้องประตูด้านข้างของสหกรณ์ ทว่าหูเริ่มตั้งใจฟังเสียงจากปากตรอก
นิ้วมือของเขาวางอยู่บนเข่า ปลายนิ้วเคาะเบา ๆ สองครั้งโดยไม่รู้ตัว—
แล้วเสียงฝีเท้าก็ดังมาจากปากตรอก
มู่เหยียนชวนเอียงศีรษะเล็กน้อย เสี่ยวจ้าวก้มตัวหลบเข้ามา ก่อนนั่งยอง ๆ ลงข้างเขา ยังหอบไม่หายก็รีบพูดว่า
“ผู้บังคับกองพันครับ ผมรับตัวหลิงเยว่ไม่ได้”
นิ้วมือของมู่เหยียนชวนชะงัก สายตายังจับจ้องประตูด้านข้างของสหกรณ์
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ผมดักรอที่ทางออกทิศใต้เกือบชั่วโมง คนที่มากับรถโดยสารทยอยออกไปหมดแล้ว แต่ไม่เห็นหลิงเยว่เลยครับ”
เสี่ยวจ้าวลดเสียงลง พูดเร็วปรื๋อ
“แต่ผมเห็นคนอยู่หลายคน เดินวนเวียนตามปากตรอกต่าง ๆ เสื้อผ้าหม่น ๆ เหมือนกำลังตามหาใครอยู่ ผมเลี่ยงพวกเขาเข้าไปหาอีกรอบแล้ว ก็ยังไม่เจอครับ”
มู่เหยียนชวนขมวดคิ้วแน่น
สายลับคงรู้แล้วว่าหลิงเยว่เอาของบางอย่างกลับมาจากเมืองหลวงมณฑล หากเขาถูกจับตาตั้งแต่สถานี ในสภาพที่บาดเจ็บคงไม่เดินไปตามถนนสายหลักให้ตัวเองเป็นเป้า
ที่ที่มีโอกาสไปมากที่สุดคือบ้านคนรู้จัก—รถแทรกเตอร์ของจ้าวไห่จู้จอดอยู่หลังโรงงานเครื่องจักร
“กี่คน?”
“ที่ผมเห็นมีแค่สองคนครับ คนหนึ่งใส่เสื้อบุนวมสีเทา อีกคนใส่สีดำ แต่แถวสถานียังมีอีกหลายคน กระจายกันอยู่ตามปากตรอก เหมือนกำลังวางตาข่ายดัก”
มู่เหยียนชวนไม่ตอบ
