เก้าโมงเช้า หลี่จิ้งเหม่ยก็มาถึงห้องเรียนของสถาบันสอนภาษาแล้ว
ครูสอนพิเศษทั้งสี่คนประเมินพื้นฐานของเธอ ก่อนจะวางแผนการเรียนอย่างครบถ้วน ทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน รวมถึงกิจกรรมสังคมเพื่อฝึกภาษา รับรองว่าภายในหนึ่งเดือน หลี่จิ้งเหม่ยจะพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ช่วงเช้าสามชั่วโมงใช้ไปกับการฝึกพูดตามเสียงและแก้ไขการออกเสียงทั้งหมด
พักเที่ยงกลับมาบนรถตู้พร้อมคนขับ หลี่จิ้งเหม่ยดื่มน้ำอุณหภูมิห้องแก้วใหญ่เพื่อให้ชุ่มคอ
เสี่ยวตงถืออาหารที่สั่งจากร้านอาหารกลับมา เปิดฝาแล้ววางเรียงบนโต๊ะ
“คุณนาย ลองชิมดูสิครับว่าร้านนี้รสชาติเป็นยังไง ถ้าไม่ถูกใจ พรุ่งนี้ผมเปลี่ยนร้านให้ก็ได้”
“ไม่เป็นไร ร้านใกล้ ๆ สะดวกกว่า ตอนนี้อากาศร้อน วิ่งไปไกลขนาดนั้นเหนื่อยแย่”
หลี่จิ้งเหม่ยส่งตะเกียบให้เสี่ยวตงกับถิงเย่ จากนั้นก็เปิดโทรศัพท์มือถือ เตรียมหาหนังต่างประเทศสักเรื่องเปิดดูไปกินข้าวไป จะได้ฝึกฟังไปด้วย
เสี่ยวตงซดน้ำแกงคำหนึ่ง ยิ้มซื่อ ๆ
“ไม่ลำบากเลยครับ งานนี้สบาย ผมเต็มใจทำ ป้าหลานกำชับไว้แล้วว่าต้องดูแลคุณนายให้ดี”
เขาคิดว่าตัวเองโชคดีจริง ๆ เรียนจบมาก็ได้งานประจำดี ๆ แบบนี้
เงินเดือนเดือนละสองหมื่น ประกันสังคมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพครบ สวัสดิการจัดเต็ม แถมยังมีตรวจสุขภาพเป็นประจำ
งานก็ง่ายมาก แค่ขับรถให้คุณนายตระกูลเศรษฐี แล้วช่วยทำธุระเล็ก ๆ น้อย ๆ เวลาว่างก็มีเยอะ ที่สำคัญคือคุณนายเป็นคนดี มีเมตตา ไม่ถือตัว ชอบพาพวกเขาไปกินของอร่อย เข้ากับคนง่ายสุด ๆ
ถิงเย่ไม่ค่อยพูด เธอตักน้ำแกงใส่ชามวางไว้ใกล้มือหลี่จิ้งเหม่ย ปล่อยให้เย็นก่อน เผื่ออีกสักพักอยากดื่มจะได้ไม่ลวกปาก
หลังกินข้าว หลี่จิ้งเหม่ยออกจากหน้าจอเล่นวิดีโอ เตรียมงีบกลางวัน ทันใดนั้นก็มีข้อความเวยซิ่นเด้งขึ้นมา
เธอกดเปิดดู
ถังซืออวี่: [หลี่เนี่ยนตี้ ทำไมไม่ตอบฉันเลยล่ะ ยังโกรธฉันอยู่หรือเปล่า?]
คราวก่อนถังซืออวี่ส่งคำขอเป็นเพื่อนมา หลังหลี่จิ้งเหม่ยกดยอมรับพอดีกับถานเหยี่ยนโจวกลับบ้านมาและช่วยปลอบเธอ
