ระหว่างที่กำลังพูดคุยกัน รถก็ขับเข้ามาในบริเวณบ้าน ลุงโหย่วอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวหลังเล็ก ตอนนี้ไม่มีใครอยู่จริง ๆ ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่เบาะหน้ามีกุญแจ จึงลงมาเปิดประตูให้พวกอู๋อิน
“ห้องนอนของลุงโหย่วอยู่ชั้นสอง เลี้ยวขวาห้องแรกครับ” ชายวัยกลางคนผายมือเชิญ “เชิญตามผมมา”
อู๋อินพยักหน้า เดินตามชายวัยกลางคนขึ้นบันไดไป พอเข้าห้องของลุงโหย่ว เธอก็เห็นแจกันท้องกลมใบใหญ่ตรงหน้าต่างทันที ในแจกันยังปักดอกลิลลี่ที่เกือบเหี่ยวแห้งอยู่หนึ่งก้าน
“เป็นอะไรไปครับ? แจกันมีอะไรผิดปกติเหรอ?” ชายวัยกลางคนเห็นอู๋อินจ้องแจกันไม่วางตา
“นี่ไม่ใช่แจกันดอกไม้ แต่เป็นแจกันดวงวิญญาณ ลองดูพวกลวดลายบนตัวแจกันสิ ดูเผิน ๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่จริง ๆ แล้วเป็นอักขระทั้งหมด ใช้สำหรับสะกดวิญญาณ”
อู๋อินกล่าว “แต่ก็น่าแปลกนะ แจกันดวงวิญญาณไม่ใช่ของที่ผู้ฝึกวิชาอาคมในประเทศเรานิยมใช้กัน ของแบบนี้พบได้ทั่วไปแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อ้อ ที่ญี่ปุ่นก็มีธรรมเนียมใช้แจกันดวงวิญญาณบรรจุเถ้ากระดูกเหมือนกัน พวกเขาเชื่อว่าทำแบบนี้แล้วจะช่วยปลอบประโลมวิญญาณของผู้ล่วงลับได้”
อู๋อินพูดต่อ “บนดอกลิลลี่ยังมีพลังหยินที่ยังสลายไปไม่หมด เพราะฉะนั้นน่าจะมีคนเอาผีร้ายใส่ไว้ในแจกันดวงวิญญาณแล้วนำมาวางที่นี่ อ้อ อีกอย่าง ดอกลิลลี่ไม่เหมาะจะวางไว้ในห้องนอน กลิ่นของมันจะรบกวนการนอนหลับตามปกติ ทำให้คนรู้สึกกระวนกระวายได้”
“ไปตรวจสอบมาว่าใครเอาแจกันในห้องนอนของลุงโหย่วเข้ามาวาง” ชายวัยกลางคนพูดใส่โทรศัพท์โดยตรง
อู๋อินไม่รู้ว่าเขากำลังคุยกับใคร จึงหันกลับมาสำรวจห้องนอนของลุงโหย่วต่อ
