“คนเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?” อู๋อินอึ้งไป
“ใช่ แม้แต่ฉันก็มี” ครูผีพยักหน้า “แต่อยู่ที่นี่นานเข้า มันก็ค่อย ๆ หายไป ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพวกเรามองไม่เห็นแล้ว หรือว่ามันหายไปจริง ๆ”
“ขอดูหน่อย” อู๋อินทำมุทรา ไม่กล้าปล่อยพลังชีวิตใส่ผีเหล่านี้ จึงทำได้แค่โบกมือผ่านหน้า แล้วหันกลับไปมองครูผีอีกครั้ง
อย่างที่เขาบอก ภายใต้พลังหยินเข้มข้นที่โอบล้อมตัวเขา มีแสงเรืองรองสายหนึ่งซึ่งบ่งบอกถึงบุญวาสนาอยู่จริง ๆ
ดังนั้นมันไม่ได้หายไป แต่ถูกพลังหยินบดบังไว้ พวกเขาแค่มองไม่เห็นเท่านั้น
อู๋อินหันไปมองผีตนอื่นที่อยู่ข้าง ๆ และก็เห็นแสงบุญวาสนาซึ่งถูกพลังหยินเข้มข้นบดบังแบบเดียวกับครูผีบนร่างของผีอีกหลายตน
มีทั้งมากและน้อย แต่ไม่มีตนไหนมีมากเท่ารุ่นน้องคนใหม่เมื่อคืนนี้
อู๋อินหันไปมองรุ่นน้องคนใหม่อีกครั้ง คราวนี้ถึงได้สังเกตเห็นปัญหาอีกอย่าง
เธอกวาดตามองผีทุกตนที่อยู่รอบตัวอีกครั้ง ไล่ดูทีละตน
“พลังหยินบนตัวพวกคุณไม่ได้เป็นของพวกคุณเอง” ในที่สุดอู๋อินก็นึกความเป็นไปได้อย่างหนึ่งขึ้นมาได้
ผีเหล่านี้ บางทีอาจไม่ใช่คนที่ตายไปแล้ว แต่เป็นวิญญาณคนที่ยังมีชีวิตทั้งหมด
พวกเขาคงถูกวิชาอย่างหนึ่งแยกวิญญาณออกจากร่างอย่างฝืนใจ และเพราะได้รับผลกระทบจากวิชานั้น ความทรงจำจึงยังคงอยู่ในร่างกาย พวกเขาถึงจำเรื่องราวตอนมีชีวิตอยู่ไม่ได้เลย
จู่ ๆ อู๋อินก็ตระหนักได้ว่า วิญญาณเร่ร่อนที่มารวมตัวกันอยู่ในตึกสร้างไม่เสร็จแห่งนี้ล้วนมีปัญหาใหญ่
หรือพูดอีกอย่างก็คือ ตึกสร้างไม่เสร็จแห่งนี้มีปัญหาใหญ่
