“เขาขยันมาก แล้วก็เป็นคนพูดจริงทำจริงด้วย หลังจากนั้นฉันสอบติดมหาวิทยาลัยดี ๆ ได้ เขาก็เป็นคนส่งเสียฉันเรียน พอเรียนจบปริญญาตรี ฉันได้สิทธิ์เรียนต่อปริญญาโทโดยไม่ต้องสอบเพราะผลการเรียนดีเยี่ยม
ตอนนั้นฉันคิดแค่ว่าอยากรีบออกไปหาเงิน เลยอยากสละสิทธิ์นั้น แต่เขาให้กำลังใจให้ฉันเรียนต่อ เขาบอกว่าจะรักษาคำพูด ถ้าฉันเรียนต่อ เขาก็จะส่งเสียต่อให้ ต่อให้ฉันเรียนจนถึงปริญญาเอก เขาก็จะขายทุกอย่างที่มีเพื่อหาเงินมาส่งเสียฉัน”
“ปีนี้ในที่สุดฉันก็เรียนจบปริญญาโทแล้ว อาจารย์ที่ปรึกษาแนะนำให้ฉันไปฝึกงานที่หน่วยงานดี ๆ แห่งหนึ่ง สวัสดิการก็ดีมาก ขอแค่ผ่านการประเมินช่วงฝึกงาน ฉันก็จะได้เป็นพนักงานประจำ”
“ฉันคิดว่าต่อจากนี้ ขอแค่เราสองคนตั้งใจทำงาน ชีวิตดี ๆ ของเราก็คงอยู่ไม่ไกลแล้ว”
“แต่ฉันไม่คิดเลยว่าเขาจะเปลี่ยนใจไปกะทันหัน จากตอนแรกที่ติดต่อเขาไม่ได้สองสามวัน กลายเป็นติดต่อไม่ได้ทั้งอาทิตย์ แล้วเมื่อวานเขาก็มาบอกเลิกกับฉัน”
หลี่เจาตี้ปิดหน้าร้องไห้โฮ “ฉันไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด ทำไมเขาถึงบอกเลิกกับฉันกะทันหันแบบนี้ ฉันถึงกับสงสัยในตัวเองว่าฉันไม่มีค่าพอให้ใครรักหรือเปล่า หรือฉันเคยทำอะไรที่ทำร้ายเขาไว้หรือเปล่า”
“พี่พิธีกรไลฟ์คะ ช่วยดูให้หน่อยได้ไหมว่าเขานอกใจหรือเปล่า” หลี่เจาตี้เจ็บปวดใจมาก “ถ้าเขานอกใจจริง ๆ แล้วไม่ต้องการฉัน ฉัน……”
ประโยคถัดมาเหมือนเธอต้องรวบรวมความกล้าอย่างมากกว่าจะพูดออกมาได้
“ถ้าเขาไม่ต้องการฉันจริง ๆ ฉันก็จะเคารพการตัดสินใจของเขา”
