“ถ้าไม่ใช่ตั้งใจเลียนแบบ แล้วจะฟังดูเหมือนกันเป๊ะได้ยังไง?” เว่ยซินรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ “นายฟังผิดหรือเปล่า?”
“ต่อให้ผมจำเสียงนายไม่ได้ ก็ไม่มีทางจำเสียงเธอไม่ได้” เว่ยเชิ่นหัวเราะเยาะ “ถ้าไม่เชื่อ นายก็ไปดูคลิปสัมภาษณ์ของเฉิงอี้หนิง ดูแล้วก็จะรู้ว่าเหมือนกันหรือเปล่า”
เว่ยซินส่ายหน้า เขาไม่ได้ชอบทรมานตัวเองถึงขั้นต้องไปขุดคลิปเมื่อหลายปีก่อนขึ้นมาดูใหม่
“หรืออาจเป็นเรื่องบังเอิญอีกก็ได้” เว่ยซินทบทวนเรื่องเมื่อคืน “เสียงของอู๋อินฟังดูไม่เหมือนแกล้งทำ น่าจะเป็นแค่เสียงเหมือนกันพอดี ยังไงการเลียนเสียงผู้หญิงคนนั้นอย่างเฉิงอี้หนิงก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับอู๋อิน แถมยังเป็นลางไม่ดีด้วยซ้ำ”
“ผมยิ่งสงสัยเรื่องอู๋อินคนนี้เข้าไปใหญ่” เว่ยเชิ่นแค่รู้สึกเสียดายที่ไลฟ์เมื่อคืนมองหน้าเธอไม่ชัด
“นายจะสงสัยก็เรื่องของนาย แต่อย่าไปรบกวนเธอ” เว่ยซินเตือน “เธอเป็นผู้มีพระคุณของตระกูลจ้าวกับทานฉือ ทานฉือปกป้องเธอมาก”
ทางด้านตึกสร้างไม่เสร็จ อู๋อินตื่นขึ้นมาก็เพิ่งรู้ว่ามือถือแบตหมด ตอนหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา ระบบก็แจ้งเตือนว่ากำลังจะปิดเครื่องโดยอัตโนมัติ
เมื่อวานบ่ายอู๋อินไลฟ์อยู่นาน พอไปที่ตระกูลจ้าวก็ลืมชาร์จมือถือให้เต็ม ตอนเลิกไลฟ์เมื่อคืนแบตก็ขึ้นเตือนแล้วว่าใกล้หมด
อู๋อินมองกระเป๋าเดินทาง เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็หยิบออกมาแค่สายชาร์จ
จากนั้นเธอก็เดินออกไปจนถึงราวกั้นที่พังทรุดโทรม แล้วตะโกนไปยังเบื้องหน้าที่ว่างเปล่า
“ออกมา!”
รออยู่หลายวินาทีแต่ไม่มีความเคลื่อนไหว อู๋อินจึงพูดต่อ “ฉันจะนับถึงสาม ถ้ายังไม่ยอมปรากฏตัว ก็อย่าหาว่าฉันใช้วิธีอื่นลากพวกเธอออกมาแล้วกัน”
