“เพราะคุณปู่อาจเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดก็ได้” หลิวเจอพูดจบก็หัวเราะขื่น ๆ
“ฉันนึกออกแล้ว ตอนตรุษจีนมีแค่คุณปู่ที่เคยจับผมฉัน ตอนนั้นเขาจู่ ๆ ก็ดึงผมฉันขึ้นมา บอกว่าเห็นผมหงอกเส้นหนึ่ง พอดึงเสร็จก็ไม่ได้เอามาให้ฉันดูแล้วเดินจากไป ตอนนั้นฉันไม่ได้คิดอะไรมาก ยังนึกว่าก่อนปีใหม่ทำงานล่วงเวลามากเกินไปจนผมหงอกขึ้นจริง ๆ”
แฟนคลับในห้องไลฟ์ต่างพากันตะโกนบอกอู๋อินว่า พอไปถึงบ้านเกิดของหลิวเจอแล้วอย่าลืมเปิดไลฟ์ต่อด้วย
อู๋อินรับคำว่าได้ แล้วจึงปิดไลฟ์ก่อนพูดกับหลิวเจอว่า “บันทึกเบอร์โทรศัพท์ของฉันไว้ แล้วส่งที่อยู่บ้านในตัวอำเภอของนายมาให้ฉัน เราติดต่อกันไว้ พอฉันไปถึงใต้ตึกบ้านนายแล้วจะโทรหา จากนั้นเราค่อยกลับบ้านเกิดที่ตำบลของนายด้วยกัน”
พูดจบอู๋อินก็ออกจากบ้านของหลิวเจอ ระหว่างรอลิฟต์ เธอโทรหาทานฉือ
“เดี๋ยวฉันจะไปบ้านเกิดของหลิวเจอ แต่เขาต้องใช้เวลาเตรียมตัวกลับหน่อย ฉันเลยกะว่าจะไปจัดการเรื่องวิญญาณคนที่ยังมีชีวิตที่ตึกสร้างไม่เสร็จให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยไป”
อู๋อินแตะปลายจมูก “ฉันไม่มีเอกสาร เลยนั่งรถไฟความเร็วสูงไม่ได้ เดี๋ยวต้องใช้วิชาเดินทางไปเหมือนเดิม”
“ได้ ลงมาข้างล่างก่อน เดี๋ยวฉันไปส่งเธอที่ตึกสร้างไม่เสร็จก่อน” ทานฉือบอก
ลิฟต์มาถึงชั้นนี้พอดี อู๋อินก้าวเข้าไปพลางก้มหน้ากดวางสาย
แต่ทันทีที่ก้าวเข้าไป อู๋อินก็รู้สึกว่าบรรยากาศในลิฟต์ไม่ชอบมาพากล พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นเฉินจิ้นเชิง แฟนของทานหรูเจิน
ตอนอู๋อินเข้าลิฟต์ เธอก้มหน้าอยู่ เฉินจิ้นเชิงจึงยังไม่เห็นหน้าเธอในตอนแรก เห็นแค่หญิงสาววัยรุ่นรูปร่างดีเดินเข้ามา เขาล้วงมือทั้งสองข้างใส่กระเป๋ากางเกง เตรียมจะผิวปากใส่เธอ
