สวี่โย่วได้ยินคำพูดนั้นก็ตกใจเล็กน้อย
หนังเรื่องนี้ลงทุนไปไม่ต่ำกว่าหลายสิบล้าน หายวับไปกับคำพูดเบาๆ ของฮั่วซินแบบนั้นเลยหรือ?
สองคนนี้คงไม่ได้ยังไงกันอยู่จริงๆ อย่างที่ข่าวลือกันใช่ไหม?
เธอตั้งสติ แล้วเสนอว่า “ถ้าไม่มีทางอื่นจริงๆ ก็ถ่ายฉากอื่นเสริมแทนก็ได้”
......
พวกเขาคุยกันอยู่นานหลายสิบนาที จงซีหรานไม่พูดสักคำ
เธอเป็นแบบนี้มาตลอด เจอเรื่องอะไรก็ชอบเก็บไว้ในใจคนเดียว
ฮั่วซินรู้จักนิสัยเธอดี เอ่ยอย่างเข้าอกเข้าใจ “ให้เวลาซีซีหน่อยนะ อีกสองสามวันค่อยว่ากัน”
สวี่โย่ว “ค่ะ”
เธอกับอิ่นไท่ต่างคนต่างออกจากการประชุม
ในกลุ่มที่คุยกันเหลือแค่ฮั่วซินกับจงซีหรานสองคน
ฮั่วซินรออยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยเสียงนุ่มนวลราวกับกำลังปลอบใจ “ซีซี ไม่เป็นไรจริงๆ เธอก็รู้ ฉันเต็มใจที่จะช่วยเธอแบ่งเบาบางเรื่องต่างๆ อยู่นะ”
·
พอมาถึงหังโจว ฉีซือเหนียนผู้รักงานอย่างเข้ากระดูกดำก็ยังเข้าร่วมประชุมที่เดิมทีไม่ได้อยู่ในแผน
ยุ่งมาทั้งเช้า เพิ่งก้าวออกจากห้องประชุม เจียงเจิ้งก็เข้ามารายงานว่า บทหนังของจงซีหรานถูกสงสัยว่าปล่อยออกมา โดนหนังของเมิ่งเนี่ยนเนี่ยนแย่งใช้เนื้อหาบางส่วนไปก่อน
วงการนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร มีเรื่องอะไรก็แพร่สะพัดเร็วจนเอิกเกริก
สังคมยุคนี้ต้นทุนการลอกเลียนแบบมันต่ำเกินไป
ฟ้องร้องกันเป็นปีๆ ก็ไม่กระทบกำหนดฉายหนังของเมิ่งเนี่ยนเนี่ยน
ต่อให้ชนะคดี ก็ได้แค่ค่าปรับเล็กน้อย ไม่ส่งผลกระทบอะไรมากมาย
เมิ่งเนี่ยนเนี่ยนถึงได้ทำอะไรตามอำเภอใจแบบนี้
ฉีซือเหนียนถาม “คุณนายล่ะ”