แม่ของไอ้อ้วนพาครอบครัวใหญ่มาหาเรื่องที่บ้านกู้ ตะโกนลั่นข้างนอกจนหนวกหู "หลิวเฟิน! ลากไอ้ลูกเวรของแกออกมาเดี๋ยวนี้!"
เธอได้ยินแม่สามีหลิวเฟินทำใจแข็งออกไปรับมือ
หลิวเฟินเป็นคนใจดี ไม่อย่างนั้นชาติก่อนก็คงไม่ยอมให้หลินชิงผิงเอาแต่ใจเจ้าเล่ห์ได้ขนาดนั้น แต่คนแบบนี้จะเป็นคู่มือของกลุ่มหญิงปากร้ายได้อย่างไร?
หลินชิงผิงได้แต่ต้องวางเรื่องของจื้อหย่วนไว้ก่อน แล้วเปิดประตูออกไปทันที ข้างหลังเธอ เสียงเล็ก ๆ ของจื้อหย่วนเอ่ยว่า "อย่านะ..."
แต่คำพูดที่เหลือถูกหลินชิงผิงปิดประตูขังไว้ข้างหลัง เรื่องชกต่อยย่อมมีเงื่อนงำ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาซักถามรายละเอียด ต้องจัดการคนพวกนี้ให้พ้นไปก่อน
ข้างนอกยิ่งอลหม่านกว่าเดิม หญิงกลุ่มหนึ่งล้อมหลิวเฟินเอาไว้ ต่างคนต่างสาดเสียเทเสียจนหลิวเฟินตั้งรับไม่ทัน
"แค่ชดใช้เงินแล้วจะจบหรือ? เรียกไอ้ลูกเวรนั่นออกมาเดี๋ยวนี้!"
"เรียกมันออกมาขอโทษ! คุกเข่ากราบขอขมา!"
หลิวเฟินยังคงพูดประนีประนอม "เด็กมันรู้แล้วว่าผิด ตอนนี้กำลังตรึกตรองในใจ เดี๋ยวจวินเฉิงกลับมาบ้าน จะอบรมสั่งสอนมันเอง"
แต่ฝ่ายนั้นไม่ยินยอม จะเอาแต่ให้หลี่จื้อหย่วนออกไป
หลินชิงผิงพุ่งเข้าไป เบียดเสียดกลุ่มหญิงเหล่านั้น ควักแม่สามีออกมาจากวงล้อมก่อน แล้วยืนขวางไว้ข้างหลัง "มีอะไรก็ว่ากัน ถ้าเป็นหน้าที่รับผิดชอบของเรา เราหนีไม่แน่ แม่สามีก็บอกแล้ว ควรชดใช้ก็ชดใช้ ควรสั่งสอนก็สั่งสอน เป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน เงยหน้าก็เห็นกัน ต่อไปเด็ก ๆ ก็จะได้เล่นด้วยกัน จะต้องถึงขั้นโกรธเคืองกันไปถึงไหน?"
แม่ไอ้อ้วนกระโดดด่าในทันที "ใครจะไปเล่นกับไอ้เด็กป่า? ลูกเราขาวสะอาดไม่เล่นกับเด็กป่าที่ไร้พ่อไร้แม่..."
พลันได้ยินเสียง "เพี๊ยะ" กังวานใส แม่ไอ้อ้วนถูกตบหน้าเข้าเต็มแรง
คนที่ตบคือหลินชิงผิง
หลินชิงผิงเดิมทีคิดจะพูดกันด้วยเหตุผล แต่แน่ชัดแล้วว่า เหตุผลนั้นพูดแล้วไม่มีทางสำเร็จ
เด็กป่า...
ชาติก่อน นี่คือคำต้องห้ามที่สุดของจื้อหย่วน ชาตินี้ แม้เขาจะเพิ่งห้าขวบ แต่ก็ฉลาดเกินวัยและอ่อนไหวง่าย คำว่า "เด็กป่า" สามคำนี้ สำหรับเด็กที่ต้องอาศัยใต้ร่มบุญของผู้อื่นเช่นเขา มันคือความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงใจ!
หลินชิงผิงยืนตัวตรง องอาจน่าเกรงขามเฉกเช่นเดียวกับกู้จวินเฉิง เธอถึงขั้นเลียนแบบท่าทางของกู้จวินเฉิงด้วยการหรี่ตาลงเล็กน้อย แล้วตวาดด้วยโทสะ "เด็กป่า? แม่ไอ้อ้วน! แกฟังฉันให้ดี! พ่อของจื้อหย่วนบ้านเรา สละชีพเพื่อชาติ! วีรกรรมหาญกล้า! ที่พวกแกนั่งอยู่ดีกินดีทำไร่ไถนาอยู่ได้ทุกวันนี้ ที่ปากหอยปากกูป้านจับกลุ่มนินทาชาวบ้านได้ ก็เพราะมีทหารหาญกล้าที่ไม่หวั่นต่อการสละชีพ กล้าสละเลือดเนื้อเพื่ออุดมการณ์อย่างพ่อของจื้อหย่วนนับพันนับหมื่นนายที่คอยพิทักษ์สันติอยู่ในขณะนี้! ในขณะที่พิทักษ์ชีวิตอันผาสุกของพวกเรา! แกยังกล้ามาด่าจื้อหย่วนว่าเป็นเด็กป่าอีกหรือ? แกสมควรแล้วหรือกับนักรบผู้พลีชีพเพื่อคุณธรรมเหล่านั้น? แกสมควรแล้วหรือกับนักรบผู้ยังคงปกป้องบ้านเมืองและประชาชนอยู่ในตอนนี้? ฉันบอกแกเลย! จื้อหย่วนของเราไม่ใช่เด็กป่า! เขาคือลูกหลานของวีรบุรุษ! ทหารในกองร้อยของจวินเฉิงทุกล้วนเป็นพ่อของเขา! เหล่าภรรยาทหารทุกคนล้วนเป็นแม่ของเขา!"
ถ้อยคำสุจริตชอบธรรมของหลินชิงผิงข่มขวัญแม่ไอ้อ้วนไว้ได้
บ้านกู้มีเด็กคนนี้เพิ่มขึ้นมา แต่ก็ไม่เคยบอกว่าเป็นลูกหลานของวีรชนมาก่อน ถึงตอนนี้แม่ไอ้อ้วนรู้แล้ว ก็ไม่กล้าพูดถึงจื้อหย่วนอีก แต่ก็ถูกยั่วโมโหจนหน้าชา เขินขายหน้าแล้วออกอาการทันที "แกเป็นแม่ของเขาหรือ? ผู้หญิงไม่ดีที่ผัวทิ้งยังไงกัน? มีหน้าชื่อใดมาเป็นแม่ของลูกหลานวีรบุรุษ?"
แม่สามีหลิวเฟินฟังถึงตรงนี้ สีหน้าถอดสี รั้งหลินชิงผิงไว้แน่น น้ำเสียงสั่นเครือ วิงวอนแม่ไอ้อ้วน "อย่าพูดเลย ฉันขอโทษแทนละกัน อีกเดี๋ยวฉันจะไปขอโทษถึงบ้าน อย่าพูดเลย ได้โปรดเถอะ..."
หลินชิงผิงชะงักงันกับคำว่า ผู้หญิงไม่ดีที่ผัวทิ้ง แต่ฟังความหมายจากคำพูดนี้ แม่สามีก็รู้เรื่องอะไรบ้าง?
ทันใดนั้นเอง เสียงตะโกนดังขึ้นจากข้างหลังว่า "อย่าขอโทษ! ฉันไม่ผิด" ร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่งวิ่งมาขวางหน้าหลินชิงผิงและหลิวเฟิน
จื้อหย่วนพุ่งตัวออกมาจนได้...
หลินชิงผิงดึงจื้อหย่วนกลับมา กอดไว้ในอก กดไว้แน่น ป้องกันไม่ให้เขาถูกคนพวกนี้ตี เจ้าหนูเจ้าโทสะกำเริบ พลุ่งพล่านตะโกนว่า: "ตัวข้าแต่ผู้เดียวรับผิดชอบ! อย่างใครเก่งนักก็เข้ามาตีข้าสิ! ห้ามรังแกยาย!"
นอกจากนั้นยังมีอะไรอีก: "จะเชือดจะเฉือนตามใจพวกเจ้าเถอะ! ข้าก็ไม่มีทางผิด!"
เพียงแต่ ปากก็คำรามเสียงดัง องอาจองอาจดุจวีรบุรุษ แต่ดันมาแพ้ภัยตัวเองก่อนจะได้เริ่มงาน "ตาย" กลับกลายเป็นว่ากู้จวินเฉิงกลับมาเมื่อใดก็ไม่รู้ ใช้มือจับคอเสื้อของจื้อหย่วนหิ้วขึ้นมา
เจ้าตัวเล็กขาเตะกลางอากาศไปพลาง "วางข้าลงนะ! ไอ้คนขี้ขลาด! เจ้าไม่ถามพวกนางหรือ ว่าพวกนางพูดถึงเมียของเจ้าในหมู่บ้านว่าอย่างไร! เจ้าไม่ออกหน้าแทนเมียเจ้า! เจ้านับเป็นลูกผู้ชายหน้าตาใดได้!"
หลินชิงผิง: ??? เมียของกู้จวินเฉิง? หมายถึงเธอหรือ? ในนี้มีเรื่องอะไรของเธอด้วย?
กู้จวินเฉิงโยนหลี่จื้อหย่วนทิ้ง โยนกลับเข้าไปในบ้าน ร่างสูงตระหง่านขวางหน้าหลินชิงผิงและหลิวเฟิน กันกลุ่มหญิงที่มาก่อกวนให้อยู่ข้างหลังเขา
"พวกเจ้ากลับเข้าไปเถอะ อย่าออกมาเลย" น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขา เปี่ยมด้วยพลังปลอบประโลมหัวใจ ทะลวงเสียงอึกทึกของคนพวกนั้น กระทบเยื่อแก้วหูของหลินชิงผิงอย่างแผ่วเบา
หลินชิงผิงส่ายหน้า "ไม่..." เธออยากรู็ว่าแม่ไอ้อ้วนจะพูดอะไร คำว่า ผู้หญิงไม่ดีที่ผัวทิ้ง สองคำนี้ สำหรับผู้หญิงชนบทแล้ว มันหนักหนาเกินไป หนักหนาเกินไป...
"เข้าไป!" กู้จวินเฉิงเคร่งขรึมขึ้น เป็นน้ำเสียงสั่งการ แววตาก็เข้มงวดน่าเกรงขาม
หลินชิงผิงยังลังเล กู้จวินเฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย "เจ้าจะให้ข้าโยนเข้าไปอีกคนหรือ?"
หลินชิงผิง: ...
สุดท้ายก็ยอมกลับเข้าบ้าน กู้จวินเฉิงยังปิดประตูให้อีก หลินชิงผิง แม่สามี และหลี่จื้อหย่วนถูกขังอยู่หลังประตู
หลี่จื้อหย่วนยังตะโกนออกไปข้างนอกในห้อง "ห้ามขอโทษ! ทุกคนห้ามขอโทษ! ใครกล้าพูดจาเลอะเทอะอีก ถ้าข้าได้ยินอีกจะตบอีกสักที!"
ไม่เหมือนเด็กขี้อายและเงียบขรึมตามปกติเลยสักนิด ราวกับถูกปลดผนึกอะไรออก เสือร้ายถูกปลดปล่อยเป็นอิสระแล้ว
นอกประตู กู้จวินเฉิงยืนตระหง่าน สายตากวาดมองรอบวงในหมู่คน
ฝูงชนทั้งกลุ่มอดไม่ได้ที่พากันถอยหลังกรูด
แรงกดดันน่าเกรงขามของกู้จวินเฉิงนั้นรุนแรงเกินไปจริง ๆ...
แต่แม่ไอ้อ้วนก็ไม่ยอมจบ ยืดอกคำรามด่า "จวินเฉิง? เป็นอะไรไป? พูดถูกจุดเจ็บของเจ้าแล้วหรือ? จะตบผู้หญิงแล้วใช่ไหม? เรื่องน่าอับอายของเมียเจ้า คนอื่นพูดไม่ได้หรือ?"
กฎที่ไม่ได้บัญญัติขึ้นในหมู่บ้าน ผู้หญิงตีกันเองหรือด่าทอกันเอง ผู้ชายจะเข้าร่วมไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะถูกนินทาลับหลัง
นี่ก็เป็นสาเหตุที่พวกนางรู้อยู่ว่ากู้จวินเฉิงอยู่บ้าน ยังกล้ามาก่อกวน
ข้างนอก คนที่แม่ไอ้อ้วนพามานั้นเดิมก็เกรง ๆ อยู่บ้าง พอได้ฟังอย่างนี้ก็ไม่กลัวอีก ต่างคนต่างพากันพูดจาเย้ยหยัน
"ใช่แล้ว! พูดทำไมไม่ได้? ที่พูดน่ะไม่ใช่ความจริงหรือ? หลินชิงผิงมีอะไรกับไอ้หมาตุ่ยอยู่แล้ว! ไม่ได้ใสสะอาดมานานแล้ว!"
"ไอ้หมาตุ่ยยังบอกเลย บนหน้าอกของหลินชิงผิงมีไฝ! หลินชิงผิง แกกล้าโชว์ให้พวกเราเห็นไหม! พิสูจน์หน่อยสิ!"
"จวินเฉิง! อย่าถือดีว่าเป็นทหารแล้วไม่ใช้เหตุผล! เมียแกมันกล้าทำตัวเป็นหญิงไม่ดีที่ผัวทิ้ง คนอื่นเขาจะพูดไม่ได้เชียว?"
"จวินเฉิง! การที่เขาสวมเขาให้เจ้า รสชาติมันเป็นอย่างไร?"
หลินชิงผิงตะลึงงัน
หมาตุ่ย ก็คือนักเลงเกเรในหมู่บ้าน
เมื่อเช้าวานนี้ เธอหิวผลไม้ป่าบนภูเขา อยากขึ้นไปเก็บบนเขาสักหน่อย คาดไม่ถึงว่าจะเจอเข้ากับหมาตุ่ย ลงมือกับเธอลวนลาม ทำเอาเธอตกใจเผ่นหนี สะดุดล้มกลิ้งคลุก จากเนินเขาลงมาเลย โชคดีที่มีต้นไม้ต้นหนึ่งขวางไว้ ไม่อย่างนั้นเธอคงกลิ้งลงไปถึงตีนเขา
ในการล้มครั้งนี้ ผ้าเช็ดหน้าของเธอหล่นไป ตอนกลิ้งลงเขา เสื้อผ้าอาจจะรั้งเปิดขึ้นด้วย
ตอนนั้นเธอไม่ได้สังเกตเลย คาดไม่ถึงว่า จะเกิดเป็นข่าวลืออย่างนี้แพร่งพราย...
ในยุคนี้ หมู่บ้านปิดในต่างจังหวัด ผู้หญิงไปพัวพันกับข่าวลือแบบนี้ ผลที่ตามมาลองคิดดูก็รู้...