หลินชิงผิงตายแล้ว
ตายในวัย 68 ปี
นางป่วยหนัก แต่แท้จริงไม่จำเป็นต้องตาย เป็นเพราะหลานชายตัวดีของนางที่ถอดท่อออกซิเจนออก
นางเป็นพี่คนโต ใช้ทั้งชีวิตคอยช่วยเหลือครอบครัวเดิม อุปถัมภ์น้องชาย
แม่แท้ ๆ ของนางหลอกล่อให้นางซื้อบ้านซื้อรถให้แก่น้องชายและหลาน ๆ หลอกให้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้น้องชายกับหลานสืบทอด หลอกว่ายามแก่เฒ่า น้องชายและหลานจะเลี้ยงดูนาง
ทว่า ยามนางป่วยหนัก นอกจากไม่ได้รับข้าวร้อนน้ำร้อนจากน้องชายและหลานแม้สักมื้อแล้ว หลานชายตัวดีของนางยังถอดท่อออกซิเจนออกอีก
ตอนนั้น อาการป่วยของนาง หมอบอกว่าไม่ใช่รักษาไม่ได้ เพียงแต่ต้องใช้เงิน
หลานชายตัวดีของนางรอต่อไปไม่ไหวแล้ว กลางดึกมาในห้องผู้ป่วยเดี่ยวของนาง ถอดท่อออกซิเจน
นางทรมานจนฟื้นขึ้น อยากเรียกหมอ กลับถูกหลานชายปิดปาก
หลานชายเผยสีหน้าชั่วร้าย “ป้า อีกไม่นานก็เจ็ดสิบแล้ว คนเรายังไงก็ต้องตาย จะยอมเปลืองเงินไปทำไมอีก ท่านต้องรู้ไว้ว่า ทุกวันที่นอนในโรงพยาบาลนี่คือการผลาญเงินของผม! เป็นของผมทั้งหมด!”
หยาดน้ำตาหยดหนึ่งไหลจากหางตา...
ถามว่านางเคยมีคำว่าเสียใจในชาตินี้ไหม
มี...
สิ่งที่นางเสียใจที่สุดคือไม่ได้ปฏิบัติต่อเขาผู้นั้นให้ดี — กู้จวินเฉิง สามีของนาง ผู้ชายที่เสียสละไปตั้งแต่ยังหนุ่ม หลังจากนั้นอีกหลายต่อหลายปี นางไม่เคยพบเจอคนดีเช่นนั้นอีกเลย...
ใบหน้าชั่วร้ายของหลานชายพร่าเลือนไปตรงหน้า ในวาระสิ้นลมหายใจวินาทีสุดท้าย สิ่งปรากฏตรงหน้านางคือใบหน้าที่แข็งแกร่งดำกร้านนั่น
“กู้จวินเฉิง...” ชื่อนี้แวบผ่านสมองนาง ก็สิ้นสติโดยสิ้นเชิง
ชั่วขณะนั้น ความเจ็บปวดจากความเสียใจเอ่อท้นท่วมหัวใจนาง
กู้จวินเฉิง หากทุกอย่างย้อนคืนมาได้ ข้าจะไม่ทำกับท่านเช่นนี้อีกเด็ดขาด...
เพียงแต่ หลินชิงผิงไม่เคยคาดคิดเลยว่า ทุกอย่างจะย้อนคืนมาได้จริง ๆ
นางนอนอยู่บนเตียงในบ้านเก่าของครอบครัวกู้จวินเฉิง มองดูหน้าต่างที่มีอักษรมงคลคู่แปะอยู่ใต้แสงไฟ ใจล่องลอยไม่สงบ
นางย้อนกลับมาเมื่อ 48 ปีก่อน วัย 20 ของนาง
ปีนี้ แม่นางรับสินสอด 100 หยวนจากตระกูลกู้ บีบให้นางแต่งเข้าตระกูลกู้
นางไม่ยินยอมพร้อมใจแต่งงาน มองกู้จวินเฉิง กู้รองบ้านกู้ สามีตนเองขวางหูขวางตาไปหมด
รังเกียจเขาผิวคล้ำ รังเกียจเขาแก่ว่านางเจ็ดแปดปี รังเกียจเขาเป็นทหารหยาบกระด้างไร้ความละเมียดละไม รังเกียจเขามีลูกติด รังเกียจเขาอยู่ไกล โยนทุกอย่างให้นาง รวมทั้งเด็กคนนั้น...
นางอาละวาดที่บ้านกู้จนวุ่นวายอลหม่าน ยังคอยเอาของในบ้านกู้กลับไปครอบครัวเดิมไม่สิ้นสุด
หลายปีต่อมา กู้จวินเฉิงเสียสละแล้ว
แม้นางจะก่อเรื่องถึงเพียงนี้ ในจดหมายลาของกู้จวินเฉิงยังเขียนสั่งความไว้ว่า เงินบำนาญยกให้นางทั้งหมด เสียใจจริง ๆ ที่ทำให้ชีวิตวัยสาวของนางสูญเปล่าไปหลายปี...
ภายหลังนางสามารถเปิดร้านอาหาร จากอำเภอเล็ก ๆ เปิดถึงในเมือง ไปจนถึงเมืองใหญ่ เงินก้อนนั้นที่เขาแลกด้วยชีวิต เป็นทุนเริ่มต้นของนาง...
หลินชิงผิงนอนบนเตียงความคิดฟุ้งซ่าน ฟ้ามืดนานแล้ว แต่กู้จวินเฉิงยังไม่ยอมเข้ามาในห้อง
ครึ่งปีก่อนนางแต่งกับกู้จวินเฉิงอย่างไม่เต็มใจ เพื่อไม่ให้มีสัมพันธ์ในคืนวิวาห์กับเขา นางยอมให้ตัวเองหนาวป่วยไข้สูงในฤดูหนาว รุ่งขึ้น กู้จวินเฉิงก็กลับเข้าหน่วยเพราะภารกิจด่วน ดังนั้นนางกับเขาจึงยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
กู้จวินเฉิงเป็นคนฉลาดมาก ความในใจนางในสายตาเขาไม่อาจซ่อนได้เลย รู้ว่านางไม่เต็มใจ ชาตินี้ก่อนกลับมาเยี่ยมบ้านครั้งนั้น จึงหาข้ออ้างนอนแยกห้องกับนาง
ชาตินี้เขายังจะทำเช่นนั้นอีกหรือไม่?
ในใจนางคำนวณละเอียด ระยะเวลาก่อนเขาสละชีวิตนั้นมีเพียงสี่ปี
หากชาตินี้ลิขิตให้จุดจบยังเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นในไม่กี่ปีนี้ ไม่ว่าอย่างไรนางก็จะต้องอยู่เคียงข้างเขาให้ดี
คิดไปคิดมา ใจนางเด็ดเดี่ยวขึ้น ก็พุ่งตัวออกไป
กู้จวินเฉิงกำลังอาบน้ำ
นางรู้!
อยู่ในห้องอาบน้ำข้างเล้าหมูนั่นเอง นางได้ยินเสียงน้ำดังซ่าๆ
นางสูดลมหายใจลึก ให้ความกล้าตัวเอง แล้วพุ่งตรงเข้าไป ผลักประตูที่เบี้ยวๆ และไร้ประโยชน์ต่อการป้องกัน
แล้วดวงตานางก็เบิกตรง
นางเป็นภรรยาเขามาทั้งชีวิต ไม่เคยรู้ว่าเขามีหุ่นดีเพียงนี้!
ผิวเขาอาจคล้ำ แต่เขาเป็นทหารนะ!
ความแข็งแกร่งสง่างามแบบบุรุษ กล้ามเนื้อไร้ที่ติ เทียบชั้นประติมากรรมได้เลย! ชาติก่อนนางตาถั่วจึงได้รังเกียจเขา!
สายตานางแนบแน่นบนตัวเขา ทอดตามหยาดน้ำที่กลิ้งบนผิว ไล่ต่ำลงไป!
ณ บัดนี้ นางคือหยาดน้ำหยาดนั้น!
ทว่า กู้จวินเฉิงรีบใช้ผ้าขนหนูพันกายตัวเอง
“ออกไป!” เสียงตวาดเย็นชา กำลังสั่งนาง
“ขะ...ข้า...มาเอาชุดที่ท่านถอด!” นางหน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่เป็นตัวของตัวเอง คว้าเสื้อผ้าเขาไปส่ง ๆ แล้วเผ่นหนี ระหว่างออกประตู แขนยังกระแทกถูกวงกบประตู เจ็บจี๊ด
กลับเข้าห้อง หลังจากนั้น หัวใจนางยังเต้นระรัว ตรงหน้าล้วนเป็นหยาดน้ำบนกายเขาที่กลิ้งบนผิวสีทองแดง
นาง “อือ” เบา ๆ เลื่อนเข้าไปใต้ผ้าห่ม แขนก็ปวดขึ้นมาอีก
ในใจนางแอบโอดครวญนัก นี่มัน “บุรุษงามทำให้คนเสียสติ”!
นางลืมแขนที่บาดเจ็บเมื่อเช้านี้ไปเสียสนิท!
ช่วงสายนางเจอพวกอันธพาลในหมู่บ้านตอนอยู่บนภูเขา มันจะลงไม้ลงมือนาง ขณะหนี นางล้มไปโดยไม่ระวัง แขนเป็นแผลถลอกใหญ่ทีเดียว
เดิมบาดแผลเลือดหยุดแล้ว พอนางกระแทกต่อเนื่องสองที ก็เริ่มมีเลือดซึมอีก
นางเจ็บจนร้อง “ซี้ดๆ” แต่ได้ยินเสียงประตูห้องดังขึ้น
เขากลับมาแล้ว!
นางรีบนอนดี ๆ
ทันทีที่ประตูเปิด ก็เป็นเขาเข้ามาจริง ๆ ตัวเปล่าไม่มีอะไร แต่ใช้ผ้าผืนเก่า ๆ พันกายไว้
หลินชิงผิงมองผ้าผืนนั้น รู้สึกผิดหวังอย่างบอกไม่ถูก
ส่วนเขากลับหน้าดำ เห็นเสื้อผ้าตัวเองอยู่บนโต๊ะ
“เจ้าเอาชุดสะอาดของข้าไป!” เขาเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็น
หลินชิงผิง: ...
ตอนนั้นใจตาล้วนยุ่งเหยิง ใครจะสนใจว่าสะอาดหรือสกปรก! มันเป็นข้ออ้างทั้งนั้น!
แต่ จะให้เขาได้ใจไม่ได้!
“ใคร...ใครใช้ให้ท่านดุข้า? พอท่านดุ ข้าก็...ก็...” นางพยายามกลั้น กลั้นจนสองตาคลอแสงน้ำตา ทำท่าทางน้อยใจเหลือเกิน
กู้จวินเฉิง: ...
กู้จวินเฉิงอึ้งไปครู่หนึ่ง คว้าชุดแล้วออกไปอีก
กลับมาอีกครั้ง ก็ใส่กางเกงและเสื้อกล้ามแล้ว สีเขียวทหาร แขนและไหล่โผล่พ้นออกมา หยาดน้ำที่ยังค้างอยู่ไหลลงตามร่องกล้ามเนื้อ...
หลินชิงผิงมองจนเหม่อ จนเขามายืนตรงหน้าเตียงนาง จึงได้สติ
เขามองนาง หรี่ตามองเล็กน้อย คล้ายกำลังครุ่นคิด
ลมหายใจนางสะดุดไปวูบ
ชาตินี้ก่อนไม่มีเหตุการณ์นี้!
ในอากาศพลันเต็มไปด้วยไอน้ำชื้น อบอวลจนคนหายใจไม่ออก
“ท่าน...อ๊า—” นางเพิ่งจะเอ่ย ก็รู้สึกว่ามือตัวเองถูกยกขึ้น
นางร้องตกใจ
“เจ็บ?” อยู่ ๆ เขาก็ถาม
เสียงทุ้มต่ำที่พลุ่งขึ้นในลำคออย่างกะทันหัน ขัดจังหวะความคิดยุ่งเหยิงของนาง