ทะลุมิติเป็นสามีตัวประกอบ ใครๆ ก็จ้องจะยั่วเมียผม

ตอนที่ 2 ทำไมภรรยาถึงหอมขนาดนี้?

8 นาที· 1.8K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

ยี่สิบนาทีผ่านไป

ประตูห้องน้ำเปิดออก ไอน้ำพวยพุ่งออกมา

เสิ่นอี้สวมเสื้อคลุมอาบน้ำ ผมกึ่งเปียก หยดน้ำไหลรินไปตามผิวขาวซีดเย็นเยียบซึมเข้าในปกเสื้อ ทั้งร่างแผ่กลิ่นอายเย็นชื้นดุดัน

จี้หวยโจวทำตัวเหมือนหมาตัวใหญ่ที่รู้ตัวว่าทำผิด ยืนอยู่ริมทางเดิน พูดประจบแหบแห้งว่า “ภรรยา อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ อุณหภูมิน้ำยังโอเคอยู่ใช่ไหม...”

เสิ่นอี้ไม่แม้แต่จะชายตามองแม้แต่นิดเดียว เดินตรงไปที่ประตูห้องนอนใหญ่ แล้วเดินเข้าไป

จากนั้น ต่อหน้าจี้หวยโจว

“ปัง”

ประตูปิดลง ตามด้วยเสียง “คลิก” ดังกรุบกริบ เป็นเสียงล็อกประตู

จี้หวยโจวถูกล็อกไว้ข้างนอก ยืนงงอยู่หน้าแผ่นไม้บานนั้นท่ามกลางลมหนาว

เออ ดีนะ วันแรกที่ทะลุเข้ามาในหนังสือ ก็ถูกภรรยาไล่ตะเพิดออกจากห้องแล้ว

เขายืนสักพัก ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง จากนั้นก็ยอมรับชะตากรรม หันตัวเดินเข้าไปในห้องน้ำแคบๆ สำหรับแขก

สายน้ำเย็นกระหน่ำลงมาจากศีรษะ จี้หวยโจวเช็ดหยดน้ำบนใบหน้า ก้มลงมองร่างกายเปลือกนี้ของตัวเองในตอนนี้

ถึงแม้ว่าใบหน้านี้จะละม้ายคล้ายคลึงกับหน้าตาของตัวเองในตอนแรกอยู่เจ็ดแปดส่วน แต่มวลกล้ามเนื้อที่lีบแบนนี้ รอยคล้ำใต้ตาจากการนอนดึกและดื่มสุราเป็นอาจิณ ช่างน่าเวทนานัก

ที่น่าโมโหที่สุดคือ…

จี้หวยโจวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สายตาเลื่อนลงต่ำ

เขากัดฟันกรอด ยื่นมือออกไป พยามปลุกเร้าตัวเอง

เขาพิงลงบนกระเบื้องเย็นเยียบ ในหัวย้อนนึกถึงเอวที่ขาวผ่องของเสิ่นอี้เมื่อครู่ ดวงตาขอบแดงที่ถูกปกคลุมด้วยไอน้ำ…

ไม่กี่นาทีผ่านไป

ต่อให้ในหัวคิดถึงมันอย่างร้อนแรงแค่ไหน มือก็ยังมีเพียงปฎิกิริยาอ่อนวูบ ไม่สามารถแข็งขืนได้

จี้หวยโจวปล่อยมืออย่างลิ้นไร้เรี่ยวแรง หน้าซีดเป็นไก่ต้ม พิงลงบนผนัง

ข้างหูมีแต่เสียงน้ำไหลริน ผสมกับเสียงคำรามในใจอย่างสิ้นหวัง:

ฮืออออ...

เฮ้ย! พ่อคุณเอ๊ยเจ้าของร่างเดิม!!

ตัวเองยังทำไม่ได้ก็ช่างมัน ยังจะมาร่างกายให้เละเทะแบบนี้แล้วทิ้งให้ฉันเนี่ยนะ?! มิน่าล่ะภรรยามองฉันเหมือนกองขยะกองหนึ่ง!

จี้หวยโจวเอามือยันกำแพง ดวงตาลุกโพลงด้วยไฟแรงกล้าและเด็ดเดี่ยว

ทนได้ยังไง?

ไม่ไหว! ต่อให้ต้องขายทุกอย่างที่มี ฉันก็ต้องทำให้ร่างนี้ฟื้นคืนมา!

เสิ่นอี้เป็นของเขา ในเมื่อเขามาแล้ว เจ้าอัลฟ่าระดับท็อปโง่ๆ อย่างกู้เยี่ยนถิงนั่น อย่าแม้แต่จะคิดมาแตะต้องนิ้วมือภรรยาของเขาเด็ดขาด!

ชาตินี้ จี้หวยโจวไม่เพียงแต่จะทำให้ภรรยาสุขกายสบายใจ แต่ยังจะให้ไอ้พวกสัตว์ที่มองเสิ่นอี้เป็นของเล่น ได้รับผลกรรมมันทุกคนด้วย

แต่สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้... พรุ่งนี้ต้องไปหาหมอจีนสักหน่อย ซื้อยาชูกำลัง

การอาบน้ำเย็นไม่ได้ช่วยดับไฟในใจของจี้หวยโจว กลับทำให้เขารู้สึกอัปยศในร่างอันอ่อนเปลี้ยนี้

ตอนที่เขาเช็ดผมเสร็จแล้วเดินออกมา ประตูห้องนอนใหญ่ก็ยังคงล็อกอยู่

จี้หวยโจวเหมือนโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่ถูกทิ้ง จ้องมองแผ่นไม้บานนั้นอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็ได้แต่สบถงึมงำ หยิบผ้าห่มบางๆ มาผืนหนึ่ง แล้วนอนขดตัวบนโซฟาในห้องนั่งเล่น

เขาสูดหายใจเข้าลึกๆเฮือกหนึ่ง หวา~

เขาถูกความหอมทำให้เคลิ้มไปเลย บนโซฟามีกลิ่นของภรรยา เหมือนกับที่บรรยายไว้ในหนังสือเป๊ะเลย!

เช้าวันรุ่งขึ้น ฝนกระหน่ำลงมาที่หน้าต่าง

จี้หวยโจวคอตกหมอนลุกขึ้นมา ดูเวลาบนมือถือ เรดาร์ในสมองก็ส่งเสียงเตือนรัวๆ

เฮ้ย! วันนี้มันวันที่สิบห้าสิงหาคม!

ในเนื้อเรื่องเดิมของหนังสือ วันนี้เป็นวันที่ภรรยาเอาข้าวมาให้เขาไอ้ขี้ขลาด แล้วไปเจอไอ้ข่มขืนโง่ๆ อย่างกู้เยี่ยนถิงในลิฟต์บริษัท!

คิดถึงเนื้อเรื่องเหยๆนั่นทีไร จี้หวยโจวก็โกรธจนคันเขี้ยว

กู้เยี่ยนถิงไอ้พวกขี้อวด เป็นถึงอัลฟ่าระดับท็อป มีลิฟต์ส่วนตัวของประธานหรูหรากว้างขวางไม่นั่ง กลับต้องไปแย่งขึ้นลิฟต์พนักงานที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหงื่อ

ทำไปเพื่ออะไร? ก็เพื่อฉวยตอนที่เสื้อผ้าของเสิ่นอี้เปียกฝนจนแนบเนื้อโชว์ส่วนเว้าโค้ง แล้วทำเป็นใจดีถอดเสื้อสูทตัวนอกเกรดสูงของตัวเองคลุมให้เสิ่นอี้ จะได้ทำให้ภรรยารู้สึกซาบซึ้งและมีใจให้ไม่ใช่หรือไง?!

“ถุย! พวกเจ้าเล่ห์! หนุ่มน้อยจอมปลอม!”

จี้หวยโจวแปรงฟันไปพลางด่าในใจไปพลาง ฟองยาสีฟันแทบกระเด็นใส่กระจก

เขาจะไม่ยอมให้เรื่องน่าสะอิดสะเอียนแบบนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด!

พอถึงบริษัท จี้หวยโจวไม่มีกะใจฟังที่ประชุมตอนเช้า หยิบมือถือส่งข้อความหาเสิ่นอี้

【จี้หวยโจว: ภรรยา วันนี้ฝนตกหนักมาก อย่าเอาข้าวมาให้ฉันเลยนะ! อย่ามาเด็ดขาด! ฉันกินที่โรงอาหารบริษัทก็ได้!】

ส่งเสร็จแล้ว เขาก็จ้องหน้าจอเขม็ง รอสิบนาที ยี่สิบนาที ครึ่งชั่วโมง

หน้าแชทเงียบสงัด ไม่มีการตอบกลับแม้แต่เครื่องหมายวรรคตอนเดียว

จี้หวยโจวใจเสียแล้ว

เสิ่นอี้ไม่เห็นข้อความ หรือเหมือนที่เขียนไว้ในหนังสือว่าภายนอกดูเย็นชาแต่จริงๆ แล้วจิตใจดี เป็นห่วงว่าเขาจะไม่มีข้าวกินที่บริษัท เลยจะฝ่าสายฝนมาอยู่ดี?

พอคิดว่าภรรยาอาจกำลังตากฝน เดินตัวเปียกโชกเข้าไปในลิฟต์ที่อันตรายนั่น จี้หวยโจวก็อยู่เฉยไม่ได้แล้ว

พอเที่ยงวันตรง จี้หวยโจวรีบวิ่งป่าราบออกจากห้องทำงาน ไม่ทันได้หยิบร่มด้วยซ้ำ ตรงดิ่งไปนั่งรอที่ประตูหมุนชั้นล่างของบริษัท

ฝนฤดูใบไม้ร่วงมาพร้อมลมหนาว กรีดแทงเข้ากระดูกดำ

จี้หวยโจวสวมเสื้อเชิ้ตบางๆ ยืนอยู่บนขั้นบันไดที่ถูกลมพัดฝนสาด ตาเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน จ้องมองทุกคนที่เดินกางร่มมาเขม็ง

“ต้องหยุดภรรยาให้ได้... อย่าให้ไอ้ชู้กู้เยี่ยนถิงสมหวังเด็ดขาด...”

เขาหนาวจนตัวสั่น น้ำมูกแทบจะไหล แต่ในใจยังมีไฟห่วงภรรยาลุกโพลง

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

คนในห้องโถงเปลี่ยนไปหลายชุด เด็กส่งอาหารวิ่งไปวิ่งมาจนขาแทบหัก ขากางเกงของจี้หวยโจวเปียกหมด รองเท้าสามารถเลี้ยงปลาทองได้แล้ว

เขายืนงงอยู่กลางลมหนาวตลอดทั้งมื้อเที่ยง

ไม่ต้องพูดถึงเงาของภรรยาเลย แม้แต่เส้นผมของภรรยาสักเส้นก็ไม่เห็น

จี้หวยโจวปาดน้ำฝนเย็นเฉียบบนใบหน้า จามเสียงดังลั่น เดินเซซวนกลับห้องทำงานเหมือนหมาตกน้ำ

ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่า เสิ่นอี้ไม่ได้ไม่เห็นข้อความเลย แต่เขาไม่คิดจะสนใจไอ้ขี้ขลาดนั่นเลยตั้งแต่แรก เห็นข้อความของเขาเป็นอากาศธาตุ

จี้หวยโจว: ถ้าภรรยาเป็นห่วงเขาจะทำยังไง?

เสิ่นอี้: ไม่แม้แต่จะชายตามองมึง

ทนจนเลิกงานแทบตาย จี้หวยโจวลากสังขารที่ทั้งเหนื่อยทั้งปวดเมื่อยกลับบ้าน

พอเปิดประตูรั้วเหล็กสีลอกของห้องเช่า กลิ่นหอมหวานเข้มข้นจนปลายนิ้วอ่อนระทวยก็พุ่งเข้ามาปะทะจมูกทันที

นั่นคือกลิ่นฟีโรโมนของเสิ่นอี้

เจ้าของร่างเดิมเป็นบีต้าแท้ๆ ไม่มีความรู้สึกต่อฟีโรโมนแต่กำเนิด ดังนั้นเสิ่นอี้จึงไม่เคยแปะแผ่นยับยั้งที่บ้าน และไม่ฉีดสเปรย์กำจัดกลิ่น

แต่วิญญาณของจี้หวยโจวกลับดูเหมือนมีความรู้สึกร้ายแรงต่อกลิ่นนี้ กลิ่นนั้นเหมือนเถาวัลย์ที่มีหนามแหลม พุ่งผ่านโพรงจมูกเข้าไปในอวัยวะภายใน มัดประสาทของเขาแน่นหนึบ

ดวงตาของจี้หวยโจวสว่างวาบ ความเหนื่อยล้าหายเป็นปลิดทิ้ง

ฮา~ ไม่ไหวแล้ว เขารู้สึกว่าตัวเองจะไม่ไหวแล้วจริงๆ

ทำไมภรรยาถึงหอมขนาดนี้?

สูดดมๆ

เขาไม่ทันแม้แต่จะเปลี่ยนรองเท้า เหมือนสุนัขดมกลิ่นเนื้อ ย่นจมูกฟุดฟิด เดินตามกลิ่นหอมนั้นเข้าไปในห้องนั่งเล่น

“หอมจัง... หวานจัง... กลิ่นของภรรยา...”

จี้หวยโจวหลับตา สูดอากาศเข้าลึกๆ เฮือกหนึ่ง มุมปากยกยิ้มพรายอย่างควบคุมไม่ได้ หางที่มองไม่เห็นก็แทบจะสะบัดเป็นเงา

เสิ่นอี้กำลังถือแก้วน้ำอุ่นเดินออกมาจากห้องครัวพอดี

เขาสวมชุดนอนผ้าฝ้ายหลวมๆ ปกเสื้อเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าขาวซีดชัดเจนและรอยแดงสะดุดตาชิ้นหนึ่ง

เห็นท่าทางโง่ๆ ของจี้หวยโจวที่หลับตาดมกลิ่นไปทั่ว เสิ่นอี้ก็มีแววรังเกียจอย่างไม่ปิดบังผุดขึ้นในดวงตาเย็นชา

เสิ่นอี้ยืนพิงกรอบประตู มองดูผู้ชายคนนี้บ้าบออย่างเย็นชา

ชาติที่แล้วเขาอยู่กับไอ้กระจอกนี่มาเต็มสองปี รู้จักดีว่าเจ้าของร่างเดิมเป็นยังไง

บีต้าที่ประสาทรับกลิ่นเสื่อม ต่อให้เป็นฟีโรโมนของอัลฟ่าระดับต่ำสุดยังไม่ได้กลิ่น แล้วตอนนี้ในห้องนั่งเล่นที่อบอวลไปด้วยฟีโรโมนของโอเมก้า กลับทำท่าทางเคลิบเคลิ้ม?

เสแสร้งอะไรของแก!

เสิ่นอี้หัวเราะเยาะเย็นชาในใจ

ก็รู้ว่าเป็นบีต้าที่ไม่ได้กลิ่นฟีโรโมน แต่จะต้องทำท่าทางเหมือนโดนมนต์สะกดให้หลงใหล คิดจริงๆ เหรอว่าทำแบบนี้แล้วจะกลบเกลื่อนความไร้สมรรถภาพบนเตียงและความขี้ขลาดในชีวิตได้?

หมาตกมันตลอดเวลา

น่าขยะแขยงชะมัด

หึ

นิ้วของเสิ่นอี้เคาะเบาๆ บนแก้วน้ำสองสามครั้ง ไม่พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว หันหลังเดินไปที่โซฟา เปิดหนังสือเล่มหนึ่ง แล้วทำเป็นไม่เห็นผู้ชายที่กำลังดมกลิ่นไปทั่วคนนั้นเสียสนิท

จี้หวยโจวลืมตาขึ้น พอดีเห็นด้านข้างของภรรยาที่เย็นเยียบในตอนที่หันหลัง

ไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกว่าถูกเมิน แต่ยังถูกความเย็นชื้ดหม่นหมองของภรรยาทำให้หลงใหลจนคลั่ง

ภรรยาแม้แต่ตอนกลอกตายังดูดีขนาดนี้!

“ภรรยา หิวไหม? ฉันจะไปทำอาหารเดี๋ยวนี้! วันนี้ทำหมูต้มพริกเสฉวนที่ภรรยาชอบกินที่สุด!” จี้หวยโจวกระวีกระวาดเข้าไปใกล้แล้วตะโกนบอก ไม่รอเสิ่นอี้ตอบ ก็เดินยิ้มกริ่มเข้าไปในครัว

ผูกผ้ากันเปื้อน คว้าตะหลิว

จี้หวยโจวทำงานในครัวอย่างขะมักเขม้น ในใจวางแผนอย่างมีความสุข

ขอแค่ตัวเองทำตัวให้ดีพอ ดูแลเอาใจใส่พอ สักวันก็ต้องทำให้หัวใจที่เย็นชาราวน้ำแข็งของภรรยาอบอุ่นขึ้นได้! แล้วก็จะบอกภรรยาอย่างสมเหตุสมผลว่าเขาไม่ใช่ไอ้กระจอกนั่น ถึงเวลานั้น ไอ้อัลฟ่าระดับท็อปอย่างกู้เยี่ยนถิงอะไรนั่น ก็ไปตายซะให้หมด!

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป