“ฉันขอแจ้งว่า จี้เฉินอวี่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลหลิน เขาถูกตระกูลหลินสั่งการให้ใช้สกิลพรสวรรค์กับเว่ยจื่อเฉิงในดันเจี้ยนเกม ทั้งยังยุยงเว่ยจื่อเฉิงอยู่เบื้องหลังให้มาขัดแย้งกับฉันและหาเรื่องฉัน” เหวินเซี่ยงเจี๋ยจ้องจี้เฉินอวี่ด้วยสายตาคมกริบ
การเปิดประเด็นอย่างกะทันหันของเหวินเซี่ยงเจี๋ยทำให้หัวใจจี้เฉินอวี่เต้นรัวขึ้นทันที เขาดูตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อย
สีหน้าของอวิ๋นป๋อจงกับหลี่เต๋อจ้งพลันเคร่งขรึม
พวกเขานึกถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำพูดของเหวินเซี่ยงเจี๋ยได้ทันที
หากจี้เฉินอวี่เป็นคนของตระกูลหลินจริง ก็หมายความว่าในบรรดาผู้บริหารระดับสูงของโรงเรียนนายร้อยที่หนึ่งมีสายลับจากตระกูลใหญ่ซ่อนตัวอยู่ และสายลับคนนั้นต้องมีตำแหน่งไม่ต่ำแน่ ถึงได้รู้เรื่องการแข่งขันจัดอันดับล่วงหน้า แถมยังช่วยให้จี้เฉินอวี่ปกปิดตัวตนและเข้าร่วมการแข่งขันได้สำเร็จ
จงหย่าฉินเองก็มองจี้เฉินอวี่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเฉียบคม
“นักเรียนจี้เฉินอวี่ มีอะไรจะพูดไหม?” อวิ๋นป๋อจงถามเสียงขรึม
“ผู้อำนวยการ ผม... ผมยอมรับว่าผมอิจฉาผลการเรียนของนักเรียนเหวินเซี่ยงเจี๋ย ก็เลยใช้สกิลพรสวรรค์กับนักเรียนเว่ยจื่อเฉิง ยุให้เขาไปหาเรื่องนักเรียนเหวินเซี่ยงเจี๋ย แต่ก็แค่นั้นเอง ผมเกิดมาก็เป็นเด็กกำพร้าแล้ว จะไปเกี่ยวข้องกับตระกูลใหญ่ได้ยังไง!” จี้เฉินอวี่หน้าซีด รีบปฏิเสธ
“อ้อ~ เป็นเด็กกำพร้านี่เอง แล้วทำไมพอฉันบอกว่าจะขุดสุสานบรรพบุรุษบ้านนาย นายถึงมีปฏิกิริยาแรงขนาดนี้ล่ะ? เด็กกำพร้ารู้ได้ยังไงว่าบ้านตัวเองมีสุสานบรรพบุรุษ หรือบรรพบุรุษมาเข้าฝันบอกหรือไง?” เหวินเซี่ยงเจี๋ยเอ่ยพลางหัวเราะเยาะ
