บทที่ 5 สาวงามกับกังจื่อพักโรงเตี๊ยมถูกขู่กรรโชก
กังจื่อจูงมือสาวงามเข้าไปในโรงเตี๊ยมอย่างร้อนรน ตัวโรงเตี๊ยมนั้นคับแคบ ห้องพักก็เก่าทรุดโทรม แต่เตียงนอนยังนับว่าสะอาดใช้ได้
พอทั้งคู่ก้าวเข้ามา กังจื่อก็รีบลงกลอนประตู จากนั้นก็วางเป้สะพายหลังและกระสอบสานลงบนพื้น ก่อนจะโอบกอดสาวงามไว้แน่น
"สาวงาม ผมจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ"
ยังไม่ทันที่สาวงามจะเอื้อนเอ่ย กังจื่อก็จูบเธออย่างร้อนแรง ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาพัดรินอยู่บนใบหน้าเธอ ทำให้จิตใจของสาวงามหวามไหว
สาวงามเขย่งปลายเท้า พยายามตอบสนองจูบของเขาอย่างเต็มที่ สองคนค่อย ๆ หายใจหนักขึ้น หน้าอกของสาวงามกระเพื่อมถี่ระรัว
กังจื่อรูดกระโปรงของสาวงามลงในคราวเดียว ก่อนจะอุ้มเธอไปยังเตียงนอน...
ไม่กี่นาทีต่อมา สาวงามก็เริ่มครางแผ่วเบา เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่น อดกลั้นเสียงหอบไว้ แต่แล้วเสียงของเธอก็ค่อย ๆ ดังขึ้น พร้อมกับครวญครางเป็นจังหวะ...
"สาวงาม สบายไหม"
สาวงามเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เห็นกังจื่อกำลังตั้งอกตั้งใจปรนนิบัติเธออยู่ ก็เขินอายจนเม้มปากแน่น
ขณะที่ทั้งคู่กำลังเคล้าคลออย่างลืมโลก เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นที่หน้าประตู
"เคร้ง!"
ประตูถูกผลักกระแทกเข้ามาอย่างกะทันหัน
ชายคนหนึ่งในชุดคล้ายตำรวจก้าวเข้ามาในห้อง
เขาตะเบ็งเสียงใส่คนทั้งคู่ว่า
"มีคนแจ้งว่าพวกแกทำผิดกฎหมายอยู่ที่นี่ ไปกับข้าที่โรงพักเดี๋ยวนี้"
กังจื่อกับสาวงามตัวแข็งเป็นหินไปตาม ๆ กัน
กังจื่อยืนทื่ออยู่กลางห้อง พูดไม่ออก ส่วนสาวงามรีบคว้าผ้าห่มใกล้ตัวขึ้นมาคลุมร่างตัวเอง
"รีบใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ข้าจะรออยู่หน้าประตู"
ตอนนี้สาวงามบนเตียงตัวสั่นเทาด้วยความกลัว เธอซุกตัวอยู่ในผ้าห่มไม่กล้าส่งเสียง
กังจื่อที่ยืนอยู่กลางห้องตั้งสติได้ครู่หนึ่ง ก็รีบสวมกางเกงของตน แล้วเดินออกไปที่ประตู
สาวงามได้ยินเสียงพูดคุยแว่วมาจากหน้าประตู
"พี่ครับ ช่วยผ่อนผันให้เราหน่อย เราพึ่งเข้ากรุงมา อย่าให้ต้องเข้าโรงพักเลยนะครับ"
"ไม่ได้ พวกแกมัวทำเรื่องอุจาดลามกกลางวันแสก ๆ ใบแต่งงานมา ข้าขอดู ถ้าไม่มี ต่อให้ใครก็ช่วยพวกแกไม่ได้"
"พี่ครับ เห็นแก่พวกเราหน่อย เรายอมโดนปรับ!"
"ได้ ถ้ายอมโดนปรับก็ห้าสิบหยวน ไปเอามาเร็ว"
กังจื่อเดินกลับเข้ามาในห้อง เขามองสาวงามที่กำลังตัวสั่นอยู่บนเตียง
"สาวงาม เธอ...ตอนออกมาเอาเงินมาเยอะไหม ผมต้องจ่ายค่าเทอมเร็ว ๆ นี้ เงินเลยไม่ค่อยมี"
"กังจื่อ เงินของฉันอยู่ในห่อผ้าใต้ถุงกระสอบ มีอยู่ร้อยหยวน"
กังจื่อรีบหยิบถุงกระสอบของสาวงาม เขาหาห่อผ้าที่ว่าเจอที่ก้นถุง แล้วหยิบเงิน 50 หยวนออกมา จากนั้นก็เดินออกไป ยื่นเงินให้ชายที่อยู่หน้าประตู
กังจื่อกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง ปิดประตูลง
เขาเดินมาที่ข้างเตียง โอบอุ้มร่างที่กัดฟันกรอดด้วยความกลัวของสาวงามขึ้นมา
"สาวงาม ไม่มีอะไรแล้ว ๆ เขาไปแล้ว"
สาวงามซบหน้าลงบนอกเขา ปล่อยน้ำตาไหลรินอย่างเงียบงัน
"กังจื่อ ฉันเอาเงินมาร้อยเดียว ยังไม่ได้เช่าบ้านเลย ตอนนี้เหลือห้าสิบ ฉันจะทำไงดี"
"สาวงาม อย่าเสียใจไปเลย วันนี้เดี๋ยวผมไปทำเรื่องเข้าเรียนให้เสร็จ จะดูว่าเหลือเงินอีกเท่าไหร่"
สาวงามพยักหน้า
"กังจื่อ ฉันกลัว"
"สาวงาม ไม่ต้องกลัวนะ ยังไงก็มีผม"
กังจื่อกอดสาวงามไว้แน่น ก้มหน้าลงมาจูบเธออีกครั้ง แต่คราวนี้สาวงามไม่ตอบสนอง เธอเพียงจ้องมองเขานิ่ง ๆ ใจเต็มไปด้วยความเสียใจ
ไม่กี่นาทีต่อมา กังจื่อก็ราคะพลุ่งพล่านขึ้นอีกจนห้ามไม่อยู่ เขารีบกดทับสาวงามลงไป ระบายตัณหาของตัวเองออกมา สาวงามในครั้งนี้ไม่พูดอะไรเลยสักคำ เธอไม่แม้แต่จะส่งเสียงใด ๆ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา กังจื่อเหนื่อยแล้ว ก็นอนลงข้าง ๆ สาวงาม
"สาวงาม เธอเป็นอะไรไป เมื่อกี้ ไม่สบายเหรอ"
"กังจื่อ ฉัน...ฉันจะทำยังไงดี"
"สาวงาม ไม่ต้องห่วงนะ รอให้ผมเรียนจบมหาวิทยาลัยก่อน ผมจะหาเงินได้ แล้วผมจะเลี้ยงเธอเอง"
"กังจื่อ..."
สาวงามซบลงบนอกกังจื่อ สะอื้นไห้ไม่หยุด
...
"กังจื่อ เธอจะทิ้งฉันไม่ได้นะ ฉันยกตัวให้เธอแล้ว"
"สาวงาม ผมจะไม่มีวันทิ้งเธอ ผมชอบเธอ ผมจะดีกับเธอ จะดีกับเธอไปตลอดชีวิต"
สาวงามซุกหน้าลงบนอกเขาอีกครั้ง
ทันใดนั้น ทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบมาจากหน้าประตู
"เป็นไงบ้าง ได้เงินหรือยัง"
"ได้มาแล้ว เรียกไปห้าสิบ"
เป็นเสียงของหญิงสาวกลางคนกับตำรวจปลอมเมื่อครู่
ทั้งสองคนในห้องถึงกับตาสว่างในบัดดล
สาวงามรีบลุกจะออกไปทวงถาม ถูกกังจื่อคว้ามือไว้ทัน
"สาวงาม เรายอม ๆ ไปเถอะ เธอเป็นผู้หญิงนะ เรื่องนี้ถ้าปากเสียงโวยวายไปก็ไม่ดี"