หลินซิงเหยาไม่ทันสังเกตน้ำเสียงอวดโอ่ของเขาก่อนหน้านี้ จึงจุปากสองครั้งแล้วพูดว่า “เหมาห้างทั้งห้างเลยเหรอ? ใจป้ำจริง ๆ! ถ้าฉันเหมาหมดจริง ๆ คุณไม่เสียดายแย่เหรอ นั่นเงินตั้งเยอะนะ”
จากนั้นเธอก็หัวเราะคิกคักขึ้นมาอีกครั้ง “แต่คุณวางใจเถอะ ฉันไม่โลภขนาดนั้นหรอก อย่างมากก็เหมาสักครึ่งห้าง ฮ่า ๆ ๆ!”
แล้วเธอก็ถือบัตร เดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีจากไป
จวินเสวียนเย่มองแผ่นหลังของเธอที่ค่อย ๆ ไกลออกไป ใบหน้าเย็นชาพลันมีรอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้น “ช่างหลอกง่ายจริง ๆ”
หลินซิงเหยาไม่ได้คิดจะเหมาห้างจริง ๆ สาเหตุหลักคือกลัวว่าจะไม่มีที่เก็บของ แถมยังยุ่งยากอีกด้วย หลายปีมานี้เธอไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ต้องเร่ร่อนอยู่ทั่วทุกมุมโลกเพื่อทำภารกิจ แม้จะเก็บเงินได้ไม่น้อย แต่สำหรับข้าวของเครื่องใช้ ขอแค่มีพอใช้ก็พอแล้ว ไม่ได้ซื้อสะสมมากมาย
วันนี้สิ่งที่ต้องซื้อเป็นหลักคือเสื้อผ้า ตระกูลหลินซื้อเสื้อผ้าให้เธอไม่น้อย แต่ล้วนเป็นของตลาดนัด หลายชุดแทบใส่ไม่ได้เลย ส่วนจ้าวเหม่ยเจวียนก็ส่งเสื้อผ้ามาให้หลายถุงตั้งแต่แรก ทว่ามีไม่กี่ชิ้นที่ถูกใจ แถมยังไม่มีชุดชั้นในด้วย
หลินซิงเหยาเดินดูรอบห้าง ก่อนจะแวะเข้าร้านทำผมไปจัดทรงเสียหน่อย แค่เล็มหน้าม้าให้เข้าที่นิดเดียว ทั้งคนก็ดูสดใสขึ้นทันตา บุคลิกยังดูดีขึ้นไปอีกขั้น ไม่ได้ดูบ้านนอกเหมือนก่อนแล้ว มองเผิน ๆ ก็เหมือนนักศึกษาสาวใส ๆ คนหนึ่ง
ทำผมเสร็จ เธอก็ไปยังโซนเสื้อผ้าชั้นสามต่อ
ระหว่างเดิน สายตาของเธอพลันสะดุดเข้ากับชุดชั้นในสีดำชุดหนึ่งในตู้โชว์ ชุดนั้นดูมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะบราออกแบบเป็นรูปผีเสื้อ หลินซิงเหยาเห็นแวบเดียวก็ชอบทันที
