หลินโห่วเฉียงพูดหน้าด้าน ๆ ว่า “เราไม่ใช่ดองกันแล้วหรือ? ญาติพี่น้องเจอปัญหาก็ต้องช่วยเหลือกันเป็นธรรมดา เหยาเหยา อย่าลืมสิว่าถ้าไม่มีตระกูลหลิน เธอจะได้แต่งเข้าตระกูลจวินหรือ?”
หลินซิงเหยาแค่นหัวเราะ “โครงการมีปัญหาอะไรกัน? เป็นเพราะคุณไปเล่นพนันแพ้เงินก้อนโตที่ต่างเมือง จนไม่มีเงินใช้หนี้ เลยเอาเงินทุนของโครงการไปอุดรอยรั่วต่างหาก ถึงได้ชำระเงินกู้ไม่ไหว ตอนที่ทำสัญญาหมั้นหมายกับตระกูลจวิน พวกเขาก็ให้เงินมาไม่น้อย พอรู้ว่าจวินเสวียนเย่เป็นคนเสียสติ พวกคุณก็อยากกลับคำ แต่กลัวว่าจะไปล่วงเกินตระกูลจวิน สุดท้ายเลยผลักฉันออกไปรับเคราะห์แทน ฉันพูดผิดหรือเปล่า?”
“เธอ... เธอรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง?” หลินโห่วเฉียงไม่คิดเลยว่าหลินซิงเหยาจะรู้มากมายขนาดนี้ เรื่องที่เขาเล่นพนันจนเสียเงิน แม้แต่ภรรยาของเขายังไม่รู้ ถ้ารู้เข้าคงได้ทะเลาะจนหย่ากันแน่
หลินซิงเหยาตอบว่า “เรื่องแค่นั้นของคุณ อยากรู้ก็ไม่เห็นยากอะไร ตอนแรกเห็นว่าธุรกิจของคุณกำลังง่อนแง่น เงินที่ตระกูลจวินจ่ายให้เป็นค่าสินสอด ฉันก็ไม่ได้คิดจะทวงคืนหรอก แต่คุณกลับเห็นว่าฉันอยู่ดีมีสุขแล้วก็ยังหน้าด้านมาหาถึงที่ แถมยังกล้าขอเงินตั้งหนึ่งร้อยล้าน คุณเอาความหน้าด้านขนาดนั้นมาจากไหน?”
หลินโห่วเฉียงพูดอย่างโมโหว่า “นังเด็กเวร! ยังไงฉันก็เป็นอาแท้ ๆ ของเธอ เป็นญาติเพียงคนเดียวที่เธอมีในโลกนี้ เธอพูดกับฉันแบบนี้ได้ยังไง? ต่อให้ฉันวางแผนเล่นงานเธอ แต่สุดท้ายก็ทำให้เธอได้แต่งเข้าตระกูลจวิน ได้ใช้ชีวิตเป็นคุณนายตระกูลเศรษฐีไม่ใช่หรือ?”
