หลินโห่วเฉียงดูออกแล้วว่าไอ้เด็กป่านี่ไม่ได้โง่ แต่มันอ้าปากสิงห์! ก่อนจากไปก็จะรีดไถพวกเขาสักตั้ง แถมอ้าปากก็สองล้านเลย!
แต่ก็นั่นแหละ พวกเขาก็ทำอะไรเด็กเวรนั่นไม่ได้เลย ต่อให้พูดยังไง หล่อนก็ไม่ยอม ผ่อนปรนให้ แถมยังตายใจอยู่ที่สองล้านนั่นอีก
ทางตระกูลจวินเร่งหนักเข้า หลินโห่วเฉียงจนปัญญา เพื่อลูกสาวตัวดีของตัวเอง สุดท้ายก็ต้องคายสองล้านออกมา
จางเสวี่ยเหมยเจ้าแม่ขี้เหนียว ยิ่งเพราะสองล้านนี้ถึงขั้นทุกข์ใจจนนอนไม่หลับเลยทีเดียว
เช้าวันที่สาม ตระกูลจวินมารับคนตามกำหนด
ไม่มีงานแต่งใหญ่โต ไม่มีชุดเจ้าสาวงดงาม และไม่มีแขกเหรื่อเต็มงาน หลินซิงเหยาพกสมุดเงินฝากสหกรณ์การเกษตรประจำหมู่บ้านของหล่อน กับกระเป๋าเสื้อผ้าราคาถูก นั่งรถหรูมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง
พ่อบ้านโจวที่มารับหล่อนเป็นหญิงอายุสี่สิบกว่า คุ้นเคยกับการประจบคนใหญ่เหยียบคนเล็ก เห็นหลินซิงเหยาบ้านนอกคอกนาก็ไม่ยอมมองตรง ๆ เลยด้วยซ้ำ ตลอดทางหน้าบึ้งตึง
จากเมืองหรงเฉิงไปเมืองหลวงใช้เวลาเดินทางประมาณสองชั่วโมง หลินซิงเหยาหลับตาพักผ่อนไปด้วย ทบทวนข้อมูลภูมิหลังของจวินเสวียนเย่ในหัวไปด้วย
จวินเสวียนเย่ ทายาทที่โดดเด่นที่สุดของตระกูลจวิน
อายุสิบห้าปีก็สำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนดีเยี่ยมจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก จากนั้นก็ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำตระกูลจวินอย่างเป็นทางการ สิบปีถัดมา ทำให้กิจการของตระกูลจวินแผ่ขยายไปทั่วโลก กระทั่งมีสัมพันธ์ทางการค้ากับราชวงศ์ของหลายประเทศ ตัวเขาเองก็กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งที่อายุน้อยที่สุดของแคว้น Z ติดอันดับ 1 ใน 10 มหาเศรษฐีของโลก
สามปีก่อนเกิดอุบัติเหตุครั้งหนึ่ง จวินเสวียนเย่บาดเจ็บสาหัสหมดสติ ฟื้นขึ้นมาก็เสียสติ กลายเป็นคนไร้ค่าไปโดยสิ้นเชิง
แน่นอนว่านี่เป็นข้อมูลที่เปิดเผย รายละเอียดจะเป็นยังไงคงต้องเห็นกับตาถึงจะเชื่อ
หลังจากนั้นอีกสองชั่วโมงกว่า รถแล่นเข้าสู่คฤหาสน์ของตระกูลจวินที่เหมือนปราสาทโบราณ บ้านพักของตระกูลจวินนั้นใหญ่โตมากจริง ๆ จากประตูใหญ่ขับรถเข้าไปยังต้องใช้เวลาห้านาที
ในห้องรับแขกหรูหราชั้นล่าง สตรีสูงศักดิ์ที่แต่งตัวหรูหราผู้หนึ่งกำลังนั่งอ่านนิตยสารอยู่บนโซฟา
หลินซิงเหยาดูข้อมูลอย่างละเอียดของทุกคนในตระกูลจวินมานานแล้ว รู้ว่าสตรีสูงศักดิ์ผู้นี้ชื่อจ้าวเหม่ยเจวียน ภรรยาของจวินเจ๋อหย่วน และเป็นแม่เลี้ยงของจวินเสวียนเย่ มีลูกชายหนึ่งลูกสาวหนึ่ง ฐานะในตระกูลจวินมั่นคงมาก
ไม่นานมานี้ จวินเจ๋อหย่วนไม่รู้โดนอะไรเข้าสิง จู่ ๆ ก็จะให้ลูกชายบ้าคนนั้นแต่งงาน บังเอิญมาพบคนตระกูลหลินที่จะมาสานสัมพันธ์พอดี ก็เลยรับปากตกลงง่าย ๆ
จ้าวเหม่ยเจวียนคิดว่าแต่งเข้ามาก็คงเป็นแค่คนใช้เพิ่มอีกคน ก็ไม่ได้คัดค้านอะไรมาก
คาดไม่ถึงเลย ตระกูลหลินจะเสื่อมทรามกว่าที่หล่อนคิดเสียอีก ลูกสาวที่เลี้ยงออกมา ก็เหมือนเด็กป่าในชนบท แต่งตัวบ้านนอกคอกนา ผมเผ้าก็หวีส่ง ๆ หน้าม้าหนาจนบังใบหน้าเกินครึ่ง ตั้งแต่ก้าวเข้ามา หล่อนก็ก้มหน้าตลอด ท่าทางอ่อนแอถูกรังแก
เดิมทีอยากจะข่มขวัญลูกสะใภ้ใหม่ จ้าวเหม่ยเจวียนก็หมดอารมณ์ขึ้นมาทันที กลับยังคิดว่า: “ลูกแกะน้อยแบบนี้ เกรงว่าคงไม่ถึงสองสามวันก็จะถูกเจ้าบ้านั่นข่มขวัญจนตายแล้วกระมัง?”
“ชื่ออะไรนะ?”
“หลินซิงเหยา”
“อายุเท่าไหร่?”
“20 ปี”
ถามส่ง ๆ ไปสองสามประโยค จ้าวเหม่ยเจวียนก็สั่งพ่อบ้าน: “บอกคนไปซื้อเสื้อผ้าให้หล่อนสักสองสามชุด ต่อไปนี้หล่อนก็เป็นคุณนายน้อยรองของตระกูลจวินแล้ว จะเสียเกียรติวงศ์ตระกูลไม่ได้”
พลางหยิบใบสำคัญการสมรสสองเล่มโยนไป: “ใบสำคัญการสมรสเธอเก็บดี ๆ นะ คำนึงถึงสุภาพของเสวียนเย่ที่ไม่ค่อยแข็งแรง พิธีแต่งก็งดไป ทางทนายจัดการรับรองเอกสารเรียบร้อยแล้ว ตามกฎหมายพวกเธอก็เป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องแล้ว จำไว้นะ ในบ้านนี้แค่เธอยอมซื่อตรงอยู่ในกรอบ แม่สามีอย่างฉันก็จะไม่ขาดตกบกพร่องเธอ อะไรที่ไม่ควรยุ่ง ก็อย่าได้ยุ่งมาก!”
หลินซิงเหยาก้มหน้าตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งสงบเสงี่ยมและเจียมตัว
จ้าวเหม่ยเจวียนก็หมดอารมณ์จะพูดมากกับหล่อน ไม่ใช่ลูกชายแท้ ๆ ของหล่อนแต่งเมีย ก็ย่อมไม่ใส่ใจ ปล่อยผ่านไปตามพิธีเสร็จ ก็ให้พ่อบ้านพาตัวขึ้นไปที่ชั้นห้า
คฤหาสน์ของตระกูลจวินมีทั้งหมดห้าชั้น ชั้นบนสุดทั้งชั้นมีคนพักอยู่เพียงคนเดียว: จวินเสวียนเย่
เพิ่งจะก้าวออกจากลิฟต์ ก็ได้ยินเสียงร้องหลอน ๆ ดังมา
“นั่นเป็นเสียงร้องของคุณชายรองครับ ปกติถ้าไม่มีอาการก็ไม่โง่ก็ซึม หรือไม่ก็หลับเป็นตาย ถ้ามีอาการเมื่อไหร่ ก็จะร้องตะโกนลั่น”
พ่อบ้านโจวพูดพลางหันไปมองหลินซิงเหยาที่อยู่ด้านหลัง แต่เห็นหล่อนสีหน้าสงบนิ่ง ไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ก็อดแปลกใจไม่ได้
เด็กนี่ใจกล้าดีนี่สุ รู้หรือเปล่าว่าคนใช้ในบ้านไม่น้อยเลยที่ถูกคุณชายบ้าทำเอาตกใจกลัว หวังว่าเดี๋ยวพอเห็นตัวคนแล้วจะไม่กลัวจนหันหลังวิ่งหนีนะ ถ้าวิ่งหนี ก็หนีไม่พ้นดอก มีแต่จะทำให้ประตูห้องมีกุญแจเพิ่มอีกดอก
ห้องของจวินเสวียนเย่ใหญ่มาก ห้องเดียวใหญ่กว่าบ้านทั้งหลังของคนธรรมดา ข้างในตกแต่งอย่างหรูหรา แต่ตอนนี้เก้าอี้ในห้องล้มระเนระนาด ดูรกมาก ในอากาศยังอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นพิกล
จวินเสวียนเย่ คนที่เคยมีประสบการณ์ระดับตำนาน มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งที่อายุน้อยที่สุดของแคว้น Z ตอนนี้มือเท้าใส่โซ่ตรวน เขาดูอยากจะดิ้นให้หลุดพ้นจากพันธนาการ ตาแดงก่ำดิ้นรนตะโกนไม่หยุด ไม่มีเค้ามนุษย์เลยแม้แต่น้อย เหมือนสัตว์ร้ายที่ติดกับมากกว่า
ในห้องยังมีคนใช้ชายอีกสองคนยืนมืออ่อนเท้าอ่อน พอเห็นพ่อบ้านโจวก็เหมือนเห็นผู้ช่วยชีวิต: “พ่อบ้านมากำลังดีเลยครับ คุณชายรองเพ้อคลั่งอีกแล้ว”
พ่อบ้านโจวด่าทันทีโดยไม่ถามหัวไม่ถามหาง: “ไอ้พวกขี้ข้า ยังไม่รีบไปเอายาให้คุณชายอีก?”
ก็งานดูแลคุณชายบ้านี่มันบั่นทอนจิตใจเหลือเกิน คนใช้ที่คอยดูแลก็ไม่รู้เปลี่ยนไปกี่ชุดแล้ว สองคนนี้ก็ของใหม่เมื่อวาน ทำงานไม่คล่องแคล่วเลย จู่ ๆ เจอคุณชายรองเพ้อคลั่ง ก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
แต่หลินซิงเหยา เด็กสาวตัวคนเดียวกลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังช่วยจับเก้าอี้ที่คนบ้าเตะล้มตั้งขึ้นแล้วนั่งลงเสียอีก
พ่อบ้านโจวเห็นดังนั้น ก็อดพึมพำไม่ได้: “นี่...ดูนิ่งเกินไปแล้วมั้ง?”
“คุณ...ไม่กลัวเหรอ?” พ่อบ้านโจวอดถามออกมาไม่ได้
หลินซิงเหยาถามกลับ: “เขาเป็นสามีของฉัน ทำไมฉันต้องกลัว?”
พ่อบ้านโจว: “...” เร็วขนาดนี้ก็เล่นตามบทแล้วเหรอ? แล้วยังพูดว่า “สามี” ได้หน้าตาเฉย แต่งกับสามีบ้านี่สู้เป็นม่ายยังดีกว่า
ยาเอามาให้ในไม่ช้า แต่คนใช้ใหม่ไม่กล้ายื่นเข้าไปใกล้เลย จะป้อนให้คนบ้าที่กำลังคลุ้มคลั่งดื่ม
กลัวยายังไม่ทันป้อน ก็ถูกตีตายก่อน
ได้ยินว่าเมื่อก่อนมีคนใช้ถูกตีตายจริง ๆ แต่ตระกูลจวินอำนาจใหญ่ จ่ายเงินชดเชยให้พอ แถมคนบ้าฆ่าคนกฎหมายไม่เอาเรื่อง เรื่องก็เลยถูกกลบไป
พ่อบ้านโจวก็ไม่กล้า หล่อนได้แต่ด่าลูกน้องว่าเป็นพวกขี้ข้าอย่างเดียว
“ให้ฉันเอง” หลินซิงเหยาพูดขึ้นมาทันที
คนใช้ได้ยินก็รีบส่งยาให้ทันที ทั้งยังดีใจที่ในที่สุดก็พ้นจากก้างติดคอ
หลินซิงเหยาถือถ้วยยาไว้ แล้วพูดว่า: “พวกคุณออกไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันดูแลเขาเอง”
พ่อบ้านโจว: “...” ทำไมฟังยังกับเป็นคำสั่ง? นึกว่าตัวเองเป็นนายใหญ่จริง ๆ หรือไง?
“คุณนายน้อยรอง เพิ่งมาถึงยังไม่คุ้นกับคุณชายรอง หรือข้ายืนดูอยู่ข้าง ๆ ให้คุณป้อนยาจนหมดค่อย...”
ยังไม่ทันพูดจบ หลินซิงเหยาก็ขัดจังหวะหล่อนอย่างไม่เกรงใจ: “พ่อบ้านโจว ในเมื่อเขาเป็นสามีของฉัน ฉันก็ดูแลเขาได้ดีอยู่แล้ว”
“แต่ว่า...”
“ออกไปแล้วช่วยปิดประตูให้ด้วยนะ ขอบคุณ”