เจียงจิ้นมองรอยยิ้มของเธอ ลมหายใจพลันสะดุด
ความทรงจำถูกกระชากย้อนกลับไปตอนอายุสิบขวบ
เขามักจะหลบเข้าไปในห้องเก็บของที่ไม่มีหน้าต่างห้องนั้นเป็นประจำ
มืดมิด อับทึบ ราวกับโลงศพใบเล็กที่สร้างขึ้นเพื่อเขาโดยเฉพาะ
จนกระทั่งวันหนึ่ง ประตูถูกผลักเปิดอย่างเงอะงะ เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ชูเทียนท่อนหนึ่งเบียดตัวเข้ามา เปลวเทียนส่องใบหน้าเปื้อนฝุ่นของเธอให้สว่างขึ้น
เขาขดตัวอยู่ตรงมุมห้อง เงยหน้าขึ้น เสียงแหบพร่า “เธอไม่กลัวฉันเหรอ”
แต่เธอกลับยิ้ม แสงเทียนเต้นระริกอยู่ในดวงตา “ไม่กลัว”
วินาทีต่อมา แสงอุ่นเล็ก ๆ นั้นพลันถูกฉีกกระชาก สีเลือดเหนียวข้นแผ่ท่วมบดบังมันอย่างโหดร้าย
นิ้วมือของเจียงจิ้นที่วางอยู่บนตักพลันกำแน่น ข้อนิ้วซีดขาว
ความกลัวมหาศาลจู่โจมหัวใจของเขาอย่างไร้สัญญาณเตือน บีบรัดมันอย่างรุนแรง
เขาหลับตาลงทันที ก่อนจะบังคับตัวเองให้ลืมตาขึ้นอีกครั้ง
ห้ามคิด
เขาแทบจะใช้กำลังทั้งหมดกดความทรงจำเปื้อนเลือดนั้นกลับลงไปยังส่วนลึกที่สุดของจิตสำนึก
เวินอวี่ก้มหน้าอยู่ แต่กลับสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าความมีชีวิตชีวาของคนข้างกายหายวับไปในพริบตา
หางตาของเธอเหลือบมอง
มือที่วางอยู่บนตักของเขากำแน่น นิ้วจิกเข้าไปในฝ่ามือ ทั้งยังสั่นเทาอย่างยากจะควบคุม
เธอเคยพบผู้เสียหายมานับไม่ถ้วน ตอนที่พวกเขาหวนคิดถึงเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวที่สุด ร่างก็มักแข็งทื่อขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้เช่นนี้
แนวกรามของเขาเกร็งแน่น เส้นเลือดข้างลำคอปูดขึ้นจาง ๆ
เขากำลังกัดฟัน ใช้กำลังทั้งหมดต่อสู้กับบางสิ่งบางอย่าง
สิ่งที่ทำให้ใจเธอหนักอึ้งที่สุดคือลมหายใจของเขา
เบาเกินไป ราบเรียบเกินไป จงใจจนไม่เหมือนคนมีชีวิต
แต่ภายใต้ลมหายใจที่เรียบแบนเช่นนั้น เธอกลับสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะท้านแผ่วเบาที่แทบจับไม่ได้ ราวกับกำลังจะหลุดจากการควบคุม
เขาไม่ได้แค่ประหม่า แต่กำลังถูกความกลัวมหาศาลบีบรัด และความกลัวนั้นมาจากอดีต
