คำพูดนี้ทำให้รอบข้างฮือฮาขึ้นมาทันที
“จดทะเบียนสมรสกันแล้วเหรอ? ถ้าอย่างนั้นเวินอวี่ก็เป็นมือที่สามน่ะสิ”
“เขาจดทะเบียนกันแล้ว ยังจะมีอะไรให้พูดอีกล่ะ”
“ฉันก็ว่าแล้ว คนอย่างฉินหลานจะเป็นมือที่สามได้ยังไง”
ฉินหลานฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบตัว มุมปากพลันยกขึ้นเป็นรอยยิ้มภาคภูมิใจ
แต่เวินอวี่กลับไม่มีปฏิกิริยารุนแรงอะไร
เธอเพียงมองฉินหลานอย่างเรียบเฉย “อย่างนั้นเหรอ? ตอนที่ฉันอยู่โรงพยาบาลเพื่อรักษาดวงตา คุณหนูฉิน ลูกสาวบุญธรรมแห่งตระกูลเวิน ถึงกับพาแฟนของฉันในตอนนั้นไปจดทะเบียนสมรส เพราะฉะนั้นที่คุณหมายถึงก็คือ—เพราะพวกคุณจดทะเบียนกันแล้ว คุณก็เลยไม่ใช่มือที่สามแล้วใช่ไหม?”
สีหน้าฉินหลานเปลี่ยนไปทันที “เวินอวี่ อย่ามาพาลแล้วพูดจาเหลวไหลอยู่ตรงนี้นะ!”
แต่แล้วเธอก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว นั่นก็คือเวินอวี่ยังมีคลิปเสียงในตอนนั้นอยู่ในมือ!
มิน่าล่ะ!
คราวก่อนเธอให้เจียงหลินไปขอให้เวินอวี่ลบคลิปเสียง แต่เวินอวี่กลับไม่ยอมลบ
ถ้าเวินอวี่เปิดคลิปเสียงนั้นออกมาจริง ๆ ...หัวใจฉินหลานกระตุกวูบ แต่ไม่นานก็กลับมาสงบได้อีกครั้ง
ต่อให้เวินอวี่มาถึงงานแถลงข่าว เธอก็ส่งคนไปจับตาดูเวินอวี่อยู่แล้ว อีกฝ่ายไม่มีโอกาสเปิดคลิปเสียงได้หรอก ยิ่งไปกว่านั้นก็แค่คลิปเสียงจากโทรศัพท์กาก ๆ เครื่องเดียว จะมีสักกี่คนที่ได้ยิน?
อีกอย่าง ต่อให้เปิดออกมาแล้วจะยังไง?
เธออ้างได้ว่าคลิปเสียงนั้นถูกตัดต่อโดยเจตนาร้าย และเป็นคำพูดที่เวินอวี่จงใจหลอกล่อให้เธอพูด
